Test Drive: Honda Odyssey Type Absolute
The fastest MPV we've ever driven!!



          คราวนี้มาแปลกกว่าคราวอื่นๆ เพราะว่าปกติ section Test Drive นี้จะมีแต่รถ sport high- performance มาเป็นพระเอก แต่คราวนี้ทีมงานมีมติให้เปลี่ยนรสชาติบ้าง โดยให้หันมาเอาใจพวกมีครอบครัว หรือไม่ก็มีภาระที่ต้องพาภรรยาและพ่อตาแม่ยายไปเที่ยวพร้อมกับลูกหลานอีกหนึ่งโขยง หันซ้ายหันขวาแล้วก็ตัดสินใจว่าวินาทีนี้คงไม่มีอะไร Hot ไปกว่า New Honda Odyssey จึงได้ไปหยิบยืมรถจากทางบริษัทรถนำเข้าแห่งหนึ่งมาทดสอบ.....

แน่นอน Motortoday จะนำรถสักรุ่นมาทดสอบทั้งที ถ้าไม่ใช่ตัว top มันไม่เท่ห์ เราเลยต้องไปหยิบตัว top สุดของ Odyssey ที่เรียกว่ารุ่น Absolute ซึ่งเป็นคนละตัวกับที่บริษัทรถนำเข้ายักใหญ่แห่งหนึ่งนำเข้ามาขาย ตัว Absolute นี้จะแตกต่างกับตัวอื่นๆอย่างไรไปดูกันครับ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าตัว New Odyssey เนี่ยมีหลาย spec นะครับ ได้แก่ Type S, Type M, Type L แล้วก็พระเอกของเราตัว Top สุดนั้นก็คือตัว Absolute ถามว่าแต่ละรุ่นมันต่างกันเยอะไหม หากเป็นรุ่น M, S, L มันต่างกันไม่เยอะหรอกครับ ต่างกันแค่ option จุกๆจิกๆ ที่ติดมาจากโรงงานแต่ก็สามารถเลือกใส่ได้ตามใจลูกค้าที่ซื้อรุ่นอื่นๆที่ไม่มีมาให้ เช่น พวงมาลัย multi-function, เบาะ, ลายไม้, ล้อ mag, ไฟตัดหมอก....etc. ไม่เหมือนกับบริษัทรถในประเทศไทยที่มี option อะไรพี่แกตัดทิ้งหมด เหลือให้เลือกอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น ผ้ายางรองพื้น,เบาะหนัง,ลายไม้กับพวกแถบโครเมียม เชยๆ แต่ถ้าเป็นตัว Absolute เนี่ยอุปกรณ์ standard ติดจากโรงงานมันต่างกับตัวอื่นๆโ-ตรเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์, ช่วงล่าง, body part, ภายใน ไม่ใช่อุปกรณ์จุกๆจิกๆ เดียวจะสาธยายให้ฟังไปทีละอย่างละกัน

Engine 4-Cylinder DOHC i-VTEC
Cylinder Capacity 2,400 cc
Max. Power 200/190(4WD) bhp @ 6,800 rpm
Max. Torque 228 Nm @ 4,500 rpm
Weight/Power Ratio -
Transmission FF/4WD
Gear Box 5-Speed Automatic + Tiptronic
0-100 - sec
0-400 - sec
0-1000 - sec
100-0 - sec
Top Speed 180 km/h
Length 4,765 mm
Width 1,800 mm
Height 1,550 mm
Weight 1,640/1,690(4WD) kg


Exterior



ภายนอก New Odyssey ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันตั้งแต่หัวจรดท้าย รูปทรงดู sport เพรียวขึ้นเยอะ แถบจะไม่มีเค้าความเป็นรถ MPV ที่ดูเทอะทะเหมือนเมื่อก่อน ตัวรถดูยาวขึ้น รูปทรงโดยรวมตามความคิดผมมันเหมือนยานอวกาศ ดูล้ำๆแหะ บางคนอาจจะมองว่ามันอวกาศเกินไปก็ได้ แต่ผมว่ามันดู OK กว่ารถตู้ทั่วไปเยอะ โคมไฟหน้าออกแบบคล้ายกับ Honda Accord Japan Specไฟหน้าเป็นแบบ Blue Xenon เลี้ยวตามรถได้ สวยกว่า Xenon ธรรมดา แต่สว่างกว่ารึเปล่านี่ไม่รู้เพราะไม่มีอะไรมาวัด โดยคันที่ได้มาทดสอบนี้สีออกม่วง-ดำ คล้ายๆสีของ Skyline GT-R R33 ครับ โดยสว่นใหญ่ตัว Absolute จะมีแต่โทนสีเข้ม

ดูนานๆ New Odysseyใหม่ ยังดู sport กว่ารถ sedan บางบริษัท มันไม่ได้ดูอ้วนๆ อืดๆ บวมๆ น่าเกลียดเหมือนกับรถยนต์บางยี่ห้อที่ยิ่งออกใหม่ ยิ่งตัวใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนเหมือนกับลูกระเบิดปรมาณูที่ทิ้งใส่เมือง Hiroshima ในสงครามโลกครั้งที่สอง อันนี้ก็ว่าไม่ได้เพราะว่าจากการสำรวจตลาดของบริษัทรถยนต์ เขาได้ผลสรุปว่าคนไทยชอบรถหน้าตาแบบนี้ คือใหญ่ๆบวมๆ เพราะปัจจุบันออกมาทีไรไม่ว่าจะรุ่นเล็กสุดยันรุ่นใหญ่สุด หน้าตาเหมือนกันหมด แถมขายดียังกะแจกฟรี สงสัยผมจะตกสำรวจหรือไม่ก็เป็นคนลาว เพราะผมว่ามันดูยังไงก็ไม่สวย



กลับมาที่พระเอกของเรา New Odyssey Absolute (ซึ่งผมจะเรียกว่า Absolute อย่างเดียวละกัน) โดยถ้าพูดถึงภายนอกแล้วละก็อุปกรณ์มาตรฐานที่มีมาให้ของ ภายนอกนั้นจะแตกต่างกับตัวอื่นๆเยอะทีเดียว เพราะตัว Absolute จะมี body part มาให้จากโรงงานเพื่อเพิ่มความเป็น sport ปลายท่อของ Absolute จะมีทรงแตกต่างกับตัวอื่นๆ เพราะของ Absolute จะเป็นทรงรี แต่ถ้าเป็นตัวอื่นๆจะเป็นทรงกลม แต่ถ้าดูเผินๆก็คงแยกไม่ค่อยออก แต่ว่าเอาเถอะครับ ถือว่าเป็นความสุขทางใจที่เรามีอะไรที่แตกต่างจากคันอื่น กันชนหน้าก็เป็นคนละทรงกับรุ่นอื่นๆ โดยมีไฟตัดหมอกฝั่งมาให้จากโรงงาน ตรงปลายล่างของกันชนจะเป็นเหมือนกับปีกยื่นออกมาสองฝั่ง เพื่อจัดระเบียบกระแสลม แถมยังเพิ่มความเป็น sport ได้อีกพอสมควร



ทางด้านข้างมี side-skirt ติดมาให้จากโรงงาน พร้อมกับป้าย Absolute ทางด้านข้างที่คิ้วขอบประตู แต่ที่สะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นล้อ mag ขนาด 17” สี Gun Metallic ที่ถึงแม้ขนาดล้อจะไม่ได้ใหญ่โตจนน่าตกใจอะไร แต่ก็สวยกว่า mag บางยี่ห้อเยอะขับไปไหนมาไหนได้ไม่อายใคร ถ้าเกิดไม่ใช่พวกชอบหาเรื่องเสียตังค์ก็ไท่ต้องไปเปลี่ยนหรอกครับ

ทางด้านหลังก็มี skirt ต่อเพิ่มลงมาเพื่อเพิ่มความเป็น sport พร้อมปลายท่อสองฝั่ง แล้วก็ไฟเบรกดวงที่ 3 ฝั่งอยู่ด้านบน พร้อมกับป้าย absolute ติดอยู่ทางด้านหลังอีกแห่งหนึ่ง สงสัยกลัวคนไม่รู้ว่าเป็นตัว Top ที่น่าแปลกก็คือมันไม่มี parktronic ให้มาทั้งๆที่ปัจจุบันถูกแสนถูก เพราะว่าไอ้พวกรถคันใหญ่อย่างนี้เวลาต้องถอยจอดในที่แคบๆนี่แหละ จะเห็นประโยชน์ของไอ้ระบบช่วยถอยจอดขึ้นมาทันที ทั้งๆที่ปกติแสนจะรำคาญเสียงร้องของมัน ใครเชื่อมั่นในฝีมือการถอยรถของตัวเองในที่แคบๆ ก็คงไม่เป็นไรแแต่ถ้าคิดจะซื้อรถรุ่นนี้ไปให้ศรีภรรยาสุดที่รักรับส่งลูกกับจ่ายตลาดก็ไปติดซะเถอะครับ ไม่กี่บาทดีกว่าต้องเสียความรู้สึกไปทะเลาะกับแฟนว่าขับรถประสาอะไร ทำไมชอบเอารถไปเทียบสีกับเสาไฟฟ้า


Engine



เมื่อเปิดฝากระโปรงหน้าขึ้น สิ่งแรกที่คุณจะเห็นก็คือเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร รหัส K24 A โดยที่เป็นตัวเดียวกับที่อยู่ใน Honda Accord บ้านเรา เครื่องตัวนี้เป็นแบบ reverse engine ซึ่งจะหันตัวเครื่องกลับด้านกลับเครื่องยนต์วางขวางทั่วไป โดย ท่อไอดีจะอยู่ด้านหน้าเครื่องติดกับหม้อน้ำ ส่วน header จะอยู่ด้านหลัง ข้อดีของเครื่องแบบนี้ก็คือมันจะสามารถรีดไอเสียออกได้รวดเร็วกว่าเพราะไม่ต้องไปอ้อมใต้เครื่องเหมือนกับพวกเครื่อง block B ทั้งหลาย นอกจากนี้ยังมีระบบ i-VTEC แต่เครื่องของรุ่น Absolute ตัวนี้ได้มีการปรับปรุงเรื่องอุปกรณ์ต่างๆในตัวเครื่อง รวมถึงระบบ air-intake, ลูกสูบ, สปริงวาล์ว, etc. จนได้ม้ารวมทั้งหมด 200 ตัวพอดี ถ้าเป็นเครื่องของ type อื่นๆจะเป็นแค่ 160 แรงม้าครับ วิธีสังเกตุก็ง่ายนิดเดียวคือดูที่ฝาครอบวาล์วถ้าเป็นของ ตัว Absolute จะเป็นสีแดง หรือที่เราชอบเรียกกันว่าเครื่องฝาแดงนั้นแหละครับ



โดยแรงม้าทั้งหมดจะถูกส่งผ่านเกียร์ automatic แบบ tiptronic 5 speeds ลงสู่ล้อคู่หน้า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว New Odyssey ในแต่ละ type จะมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกว่าคุณจะเอาแบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าหรือแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ แต่ตามความคิดผมแค่ขับสองก็พอแล้ว เพราะบ้านเราไม่มีหิมะ จะเอาขับเคลื่อนสี่ล้อไปให้เปลืองน้ำมันทำไม แต่ก็ว่าไม่ได้เพราะเห็นเศรษฐีบ้านเราหลายคนชอบซื้อรถ 4WD คันใหญ่ๆเครื่องโตๆกินน้ำมันกว่ายังกะรถสิบแปดล้อ มาวิ่งในเมืองกันให้พรึบ ทั้งๆที่ปีหนึ่งแถบจะไม่ได้ออกหรือไม่เคยไปต่างจังหวัดที่ทางธุระกันดารเลย อย่างมากก็ไปหัวหินหรือพัทยา ที่แม้แต่รถsport เตี้ยๆอย่าง Ferrari ยังขับไปได้


Interior



ก่อนจะเข้าไปดูภายใน Absolute คันนี้ใช้กุญแจแบบ Mercedez Benz รุ่น top ที่เป็น Card หรือที่เรียกกันว่า Keyless Go คือคุณแค่พกไอ้การ์ดใบนี้ไว้ พอเดินเข้าไปใกล้ๆรถ มันก็จะปลดล็อคเอง ไม่ต้องล้วงไปหยิบกุญแจมากด remote ให้เสียเวลา ไปๆมาๆแทบจะกลายเป็น fashion ของรถราคาแพงสมัยนี้ไปแล้ว (ยกเว้น พวก supercar จาก Italy ที่ไม่เคยให้อะไรเลย)

ภายในของOdyssey แต่ละรุ่นการตกแต่งก็จะไม่เหมือนกันครับ รุ่น Absolute ภายในจะถูกตกแต่งให้ออกอารมณ์ sport วิธีที่จะแยกความแตกต่างระหว่างรุ่น Absolute กับรุ่นอื่นๆ จุดเด่นที่สุดก็คือแผงหน้าปัทม์ และเรือนไมล์ เพราะในรุ่นนี้หน้าปัทม์จะเป็นแบบ Optitron สีแดง เข็มสีแดง ดูแล้วแดงไปหมด แต่ถ้าเป็นรุ่นอื่นหน้าปัทม์จะเป็น Optitron สีฟ้า



นอกจากนี้ในรุ่น Absolute ยังตกตแต่งด้วยลายไม้สีดำ ช่วยชะลอความแก่ได้พอสมควร ถามว่าผมชอบไหม บอกตรงๆว่ายังไงก็ยังไม่ชอบ ลายไม้อยู่ดี แต่ก็ไม่เกลียดมากเท่ากับรุ่นอื่นๆ ถ้าเป็นในรุ่น Type L หรือรุ่นอื่นๆจะเป็นลายไม้สีออก คาราเมล เหมือนลูกอมวอลเทอร์ ดูแก่และเชยนรก กระจายหลอกหลอนอยู่รอบคัน



แผง console หน้าของ New Odysseys ได้รับการออกแบบใหม่หมดจด ไม่ได้ใช้ร่วมกับรถรุ่นใดๆเลย เพราะมันออกแบบได้อวกาศมากถึงมากที่สุด เมื่อเข้าไปนั่งจะรู้สึกเหมือนกำลังจะขับยานอวกาศมากกว่าจะขับรถ พวงมาลัยในรุ่น Absolute จะเป็นแบบ 3 ก้านพร้อม multi-function ควบคุมเครื่องเสียง (ส่วนถ้าเป็นรุ่น Type L ที่ส่วนใหญ่นำเข้ามาจะเป็นพวงมาลัยสี่ก้าน หร้อมระบบ multi-function แทน type อื่นๆก็เป็นสี่ก้าน แต่ถ้าตัวถูกสุดจะไม่มีระบบmultifunction มาให้ครับ) เป็นพวงมาลัยรถ MPV ทีดู sport กว่าของรถ sport แท้ๆบางรุ่นเสียอีก นอกจากนี้แป้นเหยียบทั้งหมดยังเป็น แบบกันลื่น ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมดูสวยงามไม่ต้องไปเปลี่ยนให้เสียตังค์



Console กลางเป็นที่อยู่ของจอแสดงผล เครื่องเสียง ระบบปรับอากาศที่ออกแบบมาได้กลมกลืน และแลดูทันสมัยมากๆ อย่างน้อยมันก็แสดงถึงความตั้งใจที่จะออกแบบภายในรถคันนี้ให้ดูแตกต่างจากรถอื่นๆ หากคิดจะเปลี่ยนเครื่องเสียงโดยเฉพาะตัว front ละก็ เลิกคิดเถอะครับ เพราะมันออกแบบเป็นชิ้นเดียวกันกับแผงconsoleกลาง ติดกับคันเกียร์ ไม่กะให้ถอดเปลี่ยนกันเลย มีที่ใส่ CD ให้อยู่ข้างล่าง ไม่มีที่เล่นเทป แถมวิทยุก็ยังเป็นแบบญี่ปุ่นก็คือฟังได้ FM 73.0-90.0 MHz หากจะฟังคลื่นนอกจากนี้ต้องไปให้ร้านวิทยุจูนเอาเอง ส่วนเรื่องถ้าคิดจะฝังเทปธรรมมะระหว่างขับรถแนะนำให้ไปซื้อ walkman มาใส่หูขณะขับรถจะง่ายกว่าเยอะ

ทางด้านเบาะ ถ้าเป็นของตัว Absolute จะไม่ใช่เบาะหนังทั้งตัว แต่จะเป็นเบาะหนังแบบทูโทน คือขอบด้านนอกเป็นหนัง แต่ตรงกลางเป็น ผ้ากำมะหยี่ โดยภายในเป็น fight บังคับให้เลือกแบบนี้เพียงแบบเดียว หากต้องการเบาะหนังสีเบจสไตล์ป๋าๆ ต้องไปซื้อรุ่น type L หรือไม่ก็ type อื่นๆ เพราะจะมีเบาะหนังให้เลือกเป็น option ที่นั่งด้านหน้านั่งสบาย ที่ถูกใจคือที่วางแก้วกับวางของตรงกลาง ที่มันใหญ่เหลือเฟือพอที่จะตั้งวงเล่นหมากเก็บหรือเป่ากบได้สบายๆ

ทางด้านที่นั่งแถวที่สองยังคงกว้างขวาง ไม่อึดอัด leg room มีพื้นที่กว้างเหลือเฟื่อ ไม่ต้องนั่งงอขาแม้ว่าผู้โดยสารตอนหน้าจะเลื่อนเบาะถอยหลังมามากก็ตาม พร้อมกับที่วางแก้วตรงกลางสำหรับที่นั่งแถวที่สอง พร้อมกันนี้ที่ประตูจะมีช่องเก็บของ พร้อมกับบ้านเลื่อนปิดเปิดได้ ให้เอาไว้แอบซ่อนของเช่นยาบ้า ได้ไม่ต้องกลัวใครเห็น



แต่ถ้าเป็นแถวที่สามจะเริ่มลำบากนิดนึง ไอ้คำว่าลำบากของผมไม่ได้หมายความว่ามันแคบเหมือนกับ dog seat นะครับ แต่คือ leg room จะมีพื้นที่เหลือน้อยลง ไม่สามารถนั่งเหยียดขาได้สุด ถ้าเป็นคนตัวใหญ่ก็อาจจะลำบากหน่อย บางคนอาจจะถามว่าเทียบกับ Toyota Estima ล่ะ ตามความรู้สึกผม Odyssey ที่นั่งแถวที่ 3 จะคับแคบกว่า แต่ก็ไม่ต่างกันมากจนน่าเกลียด อีกอย่างผมไม่เคยนั่งที่นั่งแถวที่ 3 ของ Estima ด้วย เลยไม่กล้าว่ามันแคบกว่าขนาดไหน



ที่ถูกใจภายในที่สุดเห็นจะเป็นระบบพับเบาะหลังอัตโนมัติ เพียงแค่คุณกดปุ่มที่อยู่ด้านท้ายซ้ายมือค้างไว้ เบาะหลังแถวที่ 3 ก็จะพับเก็บเองอย่างรวดเร็วไม่ต้องไปออกแรงพับให้เหงื่อแตก เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 แล้วก็จะมีพื้นที่กว้างเหลือแหลพอที่จะเอาสมบัติบ้าของคุณทั้งหมดเท่าที่จะเคลื่อนย้ายได้ขึ้นรถไปเที่ยว หรือหากคุณต้องการจะขนพ่อตา แม่ยายขึ้นรถก็เพียงกดปุ่มนี้ค้างไว้เบาะก็จะกางออกมาเองอัตโนมัติพร้อมที่จะให้ พ่อตา แม่ยายขึ้นมานั่งได้ทันที สะดวกกว่านี้มีอีกไหม (โอ้ว George มันยอดมาก!!!!)


Test drive



เมื่อผมขึ้นไปลองนั่งขับเจ้า absolute มุมมองตำแหน่งในการนั่งนับว่าใช้ได้ อาจจะมีรู้สึกไม่ค่อยชินบ้างนั้นก็คือหน้าที่สั้นตามสไตล์รถ MPV การเก็บเสียงในรอบเดินเบาทำได้ดีครับ ไม่มีเสียงเครื่องเขามาในรถให้รำคาญใจ อุปกรณ์ต่างๆบนรถต้องใช้เวลาสักหน่อยเพราะการจัดวางสวิทช์ต่างๆ มันแปลกจากรถอื่นๆ แต่ใช้ไปสักพักเดี๋ยวก็ชินเอง เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า ซึ่งแถบจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถสมัยนี้ไปแล้ว ตอนแรกผมเอารถไปลองวิ่งอยู่แถวบริเวณเลียบทางด่วนรามอินทรา เพื่อทำความคุ้นเคยกับรถ ยอมรับว่าเครื่อง K24 A ตัวนี้ให้การตอบสนองได้ดี ไม่มีอาการอืดให้เห็นแม้ว่ารถจะมีขนาดใหญ่ สาเหตุหนึ่งต้องยกความดีความชอบคันเร่งไฟฟ้า (Drive By Wire) ที่แตะปุ๊ปรถก็ออกตัวปั้บ ใครที่ยังไม่ชินตอนแรกอาจจะมีอาการออกตัวกระชากไปบ้าง

ช่วงล่างของรุ่น Absolute เมื่อใช้ความเร็วต่ำๆ บนถนนโลกพระจันทร์ จะมีการสะเทือนบ้าง ที่ผมบอกสะเทือนนี่ไม่ได้หมายความว่ามันแข็งนรกเหมือนกับพวกรถ sport ที่เวลาวิ่งทีสั่นสะเทือนจนก้นสามารถรับรู้ได้ว่าถนนมีคลื่นกี่ลูก แต่มันไม่ได้นิ่มเหมือนกับรถ MPV รุ่นอื่นๆ เช่น Alphard คนสูงอายุอาจจะไม่ค่อยถูกใจนัก

ไม่ต้องห่วงเรื่องถอยเข้าที่แคบๆแล้วต้องหมุนพวงมาลัยกันจนลิ้นห้อย เพราะพวกมาลัยเบาหย่อง ไม่ต้องออกแรงสาวเลยสักนิด หักนิดเดียวก็ไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไวจนน่าเกลียด ขนาดที่ว่าปล่อยมือแล้วเจอถนนที่เป็นคลื่อนรถก็เสียการควบคุม

สรุปการใช้งานในเมืองผมว่า โอเคเลยล่ะ ขับง่าย สบาย การออกตัวในสามารถทำได้ดี ไม่มีอาการอืดอาด เหมือนรถคันใหญ่ๆรุ่นอื่นๆ เรื่องความเย็นไม่ต้องห่วง แอร์รถญี่ปุ่นเย็นจัดประหยัดไฟอยู่แล้ว ถ้าจะให้ติบางก็คงจะเป็นเรื่องความแข็งของช่วงล่างที่ออกแนว sport มากไปนิดนึง คนบางคนอาจจะรู้สึกว่ามันกระด้างเกินไปเมื่อเทียบกับรถ MPV นำเข้ารุ่นอื่นๆ ที่นิ่มเหมือนกับรถลอยได้ แต่เพื่อแลกกับความรู้สึกมั่นใจเวลาใช้ความเร็วสูงๆ ผมว่าก็คุ้มนะ (สงสัยผมคงยังวัยรุ่นอยู่มั้ง)

หลังจากที่วนอยู่ในเมืองพักใหญ่ ก็ตัดสินใจลองสมรรถนะเต็มๆของ เครื่องยนต์ K24 A 200 แรงม้า ดูว่ามันจะวิ่งได้ดีขนาดไหน จากการคาดเดา ผมว่ามันน่าจะวิ่งใช้ได้เลยล่ะ ถ้าเกิดไม่ได้บรรทุกของเต็มหลังรถนะครับ เมื่อทางโล่งผมตัดสินใจกระแทกคันเร่งจนจมมิด รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีอาการอืดให้เห็น เข็มวัดรอบกวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว เผลอแผลบเดียวถึง 5000 รอบ ผมเปลี่ยนเข้าเกียร์ 2 อัตราเร่งทำได้ดีเกินคาด 0-100 ใช้เวลาประมาณ 10 วินาที นับว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียวล่ะ สำหรับรถประเภทนี้ กดคันเร่งพร้อมทั้งเปลี่ยนเกียร์ตามรอบโดยใช้ระบบ tiptronic เกียร์ไม่มีอาการกระชากให้เห็น ยังคงนุมนวลดี ช่วงล่างเปลี่ยนจากอาการกระด้างเป็นอาการหนึบแน่นเมื่อใช้ความเร็วสูงขึ้น เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ หากไม่เกิน 170 ยังคงแนบแน่นสนิทสนมกับพื้นโลกดี ในทางตรงบนถนนที่มีคลื่น หากเกินจากนั้นจะมีอาการร่อนๆให้เหวอบ้างพอเสียว ต้องใช้สมาธิในการควบคุมรถมากหน่อย

ความเร็วสูงสุดที่ทำอยู่ที่ 180++ เพราะถูก lock ไว้ตามกฏหมายญี่ปุ่น แต่ถ้าให้ปลดlock ความเร็วได้คาดว่าน่าจะเกิน 200 เร็วขนาดที่รถเก๋งบางยี่ห้ออาย อันนี้ต้องยกความดีให้กับเครื่องยนต์ K24 A i-VTEC ไปเต็มๆ



แต่ถ้าเป็นในโค้ง ด้วยความที่รถสูงจึงทำให้มีอาการหวาดเสียวเวลาเข้าโค้งแรงๆ (สัก 150) แต่ช่วงล่างรถประเภทนี้สามารถทำได้ขนาดนี้ผมว่าก็ยอดเยี่ยมแล้วล่ะ เพราะผมว่า Absolute เกาะกว่ารถเก๋งบางยี่ห้อซะอีก อีกอย่างคุณก็คงไม่เอารถประเภทนี้ไปทิ้งโค้งที่ความเร็ว เกิน 100 บ่อยนักหรอกครับ รถ MPV นะไม่ใช่รถ sport

การเก็บเสียงเมื่อใช้ความเร็วสูงก็ถือว่าอยู่ในระดับ OK ที่ความเร็วระดับ 150 มีเสียงลมปะทะเข้ามาที่เสา A ในระดับที่ยอมรับได้ แน่นอนว่าการเก็บเสียงคงไม่ดีเท่ากับรถยักษ์อย่าง Alphard แต่การเก็บเสียงในห้องโดยสารของ Absolute ก็ดีกว่า Honda accord เครื่อง 3.0 เยอะทีเดียว แม้ว่าจะใช้รอบสูงๆเสียงเครื่องยนต์ที่รอดเข้ามาในห้องโดยสารก็ไม่ได้มากจนน่ารำคาญ เหมือนกับของ accord ตัว 3.0

ระบบเบรกอยู่ในระดับที่ไว้ใจได้ครับ เบรกปุ๊บหยุดปั้บ ไม่ต้องลุ้นมากเหมือนกับรถประเภทนี้บางยี่ห้อที่เวลาวิ่งมาเร็ว ๆเจอหมากระโดดตัดหน้าแถบร้อง เจี้ยกเพราะเบรกไม่เคยอยู่แม้ว่าจะใส่ยางอย่าง Bridgestone Turanza ER60 ก็เหอะ ถ้าคุณรู้ว่ารถประเภทนี้มันมี limit อยู่แค่ไหน รู้ตัวเอง ระบบเบรกเดิมๆของ Absolute ถือว่าเพียงพอเลย ไม่ต้องไปเปลี่ยนให้เสียตังค์ แต่ถ้าอยากได้ความมั่นใจมากกว่านี้ ก็อาจจะไปเปลี่ยนผ้าเบรคดีๆซักชุดก็พอแล้วครับ



โดยสรุป Honda Odyssey Type Absolute เป็นรถ MPV ที่มี ยerformance ยอดเยี่ยมมากรุ่นหนึ่งเท่าที่ผมเคยสัมผัสมา มันเหมาะที่จะขับเองมากกว่าที่จะนั่งหลับอยู่เบาะหลัง รูปทรงที่ดู sport กว่ารถ MPV ที่ส่วนมากคันเหลี่ยมๆใหญ่ๆ ล้อเล็กๆเหมือน ตู้ container บรรจุเนื้อวัวบ้าจาก Canada

ภายในออกแบบได้เอาใจคนชอบความทันสมัย ไม่ได้ดูแก่นรก เหมือนขับยานอวกาศมากกว่าขับรถ บางคนอาจจะชอบบางคนอาจจะบอกว่าไม่สวยอันนี้ นานาจิตตัง เบาะหลังแถวที่ 3 อาจจะแคบไปสักนิด แต่ก็ไม่ถึงกับอึดอัด นอกจากนี้ยังมีระบบพับเบาะหลังด้วยไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกได้เยอะ แต่จะทนหรือเปล่าอันนี้ต้องถามผู้ขายเอาเอง แต่เท่าที่ผมกดเล่นอยู่หลายรอบก็ยังไม่มีอาการงอแงให้เห็นเหมือนกับหลังคาของ Ferrari F360 Spider ที่บางครั้งกดแล้วค้างให้ตกใจเล่น ว่ามันบ๊องอีกแล้วเหรอ


ทางด้าน prformance ถือว่าสอบผ่านสบายๆ อัตราเร่งแซงดีทุกย่านความเร็ว ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย เผลอๆจะดีกว่ารถเก๋งบางรุ่นซะอีก ช่วงล่างของ Asolute อาจจะออกแนวแข็ง นิดๆ แต่เพื่อแลกกับความเกาะถนนผมว่าคุ้มนะ เพราะก็ไม่ได้แข็งน่าเกลียด พอๆกับ Zafira นะตามความคิดผม

เรื่อง Service อันนี้ต้องคุยกับผู้ขายเอาเอง แต่เท่าที่ดูก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมาก เอาเป็นว่าลองถามคนขายดูก่อนละกันว่าถ้าซื้อไปจะไปซ่อมที่ไหน แต่บริษัทที่ผมเอารถเขามาลอง เขาบอกว่ามีอะไหล่ stock แล้วก็ซ่อมได้ไม่มีปัญหา



เรื่องอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ ขึ้นชื่อว่า Honda แล้วไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้เสียเงิน เพราะมีให้พรึบไปหมด เห็นที่ออกมาตอนนี้ก็มีของ Honda เองที่เรียกว่า Modulo แล้วก็อีกสำนักแต่งคู่บุญซึ่งก็คือ Mugen ต้องไปสั่งกันที่ไหนคงรู้นะครับ ถ้าไม่ทราบลองติดต่อมาที่ Motortoday ก็ได้ครับ เราสั่งให้ได้เหมือนกัน แต่จะถูกกว่าหรือแพงกว่าที่อื่นๆอันนี้ไม่แน่ใจ คงต้องขึ้นกับค่าเงินเยนด้วยครับ



กับราคาค่าตัวที่ตั้งกันใน Type Absolute มีตั้งแต่ 2.9X จนถึง 3ล้านกว่าๆ แล้วแต่ที่ ตัวเปรียบเทียบในระดับราคานี้มีไม่มาก ที่เห็นชัดคงเป็น Toyota Estima ซึ่งได้เปรียบตรงที่ขนาดตัวที่ใหญ่กว่า ห้องโดยสารที่กว้างกว่า แต่จะแพ้ Absolute ตรงที่สมรรถนะ ช่วงล่างแล้วก็ความสดในเรื่องรูปลักษณ์ อันนี้ก็แล้วแต่ชอบครับ แต่ถ้าจะขับเอง Absolute น่าขับกว่ากันเยอะ

สนใจ Honda Odyssey Type Absolute
ติดต่อ 09-088-8858


Article By Narun Lee







Acceleration
อัตราเร่งถือว่ายอดเยี่ยมมาก เมื่อมองว่าเป็นรถ MPV สมรรถนะในการเร่งแซงดีกว่ารถเก๋งบางรุ่นซะอีก ขับแล้วรู้สึกเหมือนขับรถเก๋งมากกว่าเหมือนขับรถตู้
9
Top Speed
Top speed ถูก lock ไว้ที่ 180 แต่ถ้าปลด lock ความเร็วน่าจะเกิน 200 ไปอีกเยอะพอควร อย่าลืมนะครับว่านี่คือรถMPV แค่นี้ก็แจ๋วแล้วล่ะ
?
Handling
ช่วงล่างที่ออกแนว sport ทำให้รถคันนี้ควบคุมได้ง่ายแม้ว่าจะใช้ความเร็วสูง แต่ในโค้งอาจมีอาการหวดเสียวนิดๆเมื่อใช้ความเร็วสูง อันนี้ต้องทำใจ
8.5
Brake
ระบบเบรกถือว่าดีทีเดียว ไม่ต้องออกแรงช่วยลุ้นเวลาต้องเบรกอย่างฉุกเฉิน
9
Looks
บางคนอาจจะบองว่ามันสวย บางคนอาจจะบอกว่าไม่สวย แต่ถ้าเทียบกับรถประเภทนี้แล้วผมว่ามันดูอวกาศดีนะ
9
Comfort
ช่วงล่างอาจจะแข็งไปนิดสำหรับรถประเภทนี้ ราคาระดับนี้ แต่ก็ถือว่าไม่ได้แข็งจนน่าเกลียด ถ้าอย่างให้ช่วงล่างนิ่มกว่านี้คงต้องไปซื้อตัว Type L ที่เน้นแนวเอาใจคนแก่
8
Daily Usage
ขับใช้งานเองทุกวันได้ไม่มีปัญหา ขึ้นลงสะดวก ขนของได้เยอะ แถมเวลาขับเองก็ไม่ต้องกลัวใครมามองว่าเป็นคนขับรถ แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ควรจะมีระบบ ช่วยจอดมาให้ด้วยก็ดี เพราะตัวรถค่อนข้างยาว
8.5
Value
ราคาค่าตัวระดับ 3 ล้านบาท คนที่จะซื้อคงต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการขับเอง หรือมีคนขับให้ ถ้าต้องการขับเอง พร้อมทั้งพาครอบครัวไปเที่ยวต่างจังหวัดกับ รถ MPV ที่มีสมรรถนะดีๆ ก็ถือว่าน่าสนใจ
?


More Pictures