|
Test Drive:
Skyline 350GT
รถ GT ที่ไม่มี R

วันนี้มีโอกาสได้ไปลองขับรถมาซึ่งรถคันนั้นก็คือ
skyline 350GT หรือที่บางคนเรียกว่า R35 นั่นแหละครับ ถึงแม้จะเข้ามาในประเทศไทยได้เกือบปีแล้วแต่คิดว่ายังไม่ค่อยมีใครนำมาเขียนให้อ่านกันโดยเฉพาะในไทย
อย่างไรก็ดีทุกอย่างที่ผมเขียนมาให้อ่านกันนั้นล้วนเป็นความรู้สึกส่วนตัวเท่านั้น
หากมีข้อเสนออย่างไรผมยินดีรับฟังเพื่อประโยชน์ของคนที่ชอบรถเหมือนกันขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
ต้องขอทำความเข้าใจก่อนนิดหนึ่งว่า จริงๆแล้วเนี่ยไอ้ r35 ในอเมริกานั้นออกมานานแล้วครับโดยที่นู้นเขาเรียกว่า
Infiniti G35 coupe โดยเป็น brand หรูที่ออกมาเพื่อชนกับ Lexus โดยตรง ดังนั้น
G35 จึงออกมาก่อน Z ซะอีก แต่ที่บ้านเราเข้ามาหลัง Z ก็เพราะว่าที่ ญี่ปุ่น
นั้น G35 พึ่งมีจำหน่ายหลัง Z นั้นเองครับ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับแฟนๆของ Skyline ที่ไม่ใช่เครื่อง 6 สูบเรียงบวกเทอร์โบอีกต่อไปแต่กลับเป็นเครื่อง
V6 NA แทนอันเนื่องมาจากกฎหมายด้านมลภาวะนั้นเองดังนั้นเรามาดู spec กันก่อน
| Engine |
Alluminium-Alloy V6 |
| Cylinder Capacity |
3,498 cc |
| Max. Power |
280 bhp @ 6200 rpm |
| Max. Torque |
270 lb-ft @ 4800 rpm |
| Transmission |
Rear-Wheel-Drive |
| Gear Box |
6-speed manual or 5-speed automatic |
 |
แหะๆ ผมขอเริ่มจากภายนอกก่อนก็แล้วกันเมื่อดูครั้งแรกวัยรุ่นที่เป็นแฟน
Skyline ส่วนใหญ่จะส่ายหัว คือมันไม่เหลือเค้าความเป็น Skyline ไว้เลยช่องต่างๆ
รวมถึงหางหลังทรงสูงล้วนหายไปกลับเป็นรถที่ดูอ้วนๆป่องๆ บวม ดูคล้าย
Porsche ในบางมุมไฟหน้าก็แปลกๆ จากที่เคยวางในแนวนอนกลับกลายเป็นวางในแนวตั้งแทน
ไฟหน้าเป็น Xenon สว่างมาจากโรงงานไม่ต้องไปหาเรื่องเปลี่ยนให้เสียตังค์กระจังหน้าเป็นโครเมียม
ดูออกแนวหรูหรามากกว่าไฟท้ายก็ไม่เป็น ทรงกลม 4 ดวงอีกต่อไป กลับเป็นไฟทรงตัว
L ดูคล้ายไฟ ซีรีย์ 3 ของ BMW แล้วกลายเป็นโดนัทข้างในแทน โดยไฟท้ายเป็น
LED ตามสมัยนิยม |
 |
Logo ด้านหลัง Nissan Skyline 350 GT แทน
Infiniti G35 เนื่องจากในญี่ปุ่นไม่มี Infiniti มี wing หลังทรงตูดเป็ดเรียบๆ
แทนที่หางหลังทรงสูงแบบรุ่นก่อนๆบางคนอาจจะมองว่าสวยก็ได้ แต่วัยรุ่นที่เป็นแฟนๆ
Skyline ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยจะถูกใจจากที่ลองถามดูในทางกลับกันถ้าไปถามคนมีอายุหน่อยว่ารถคันนี้เป็นอย่างไรก็อาจจะบอกว่าสวยดีอย่างว่าละครับรถคันนี้ถูกออกแบบมาจับกลุ่มคนแก่ในอเมริกานี่นา
ส่วนที่ดีก็เห็นจะเป็นล้อละครับที่ให้มาขนาดถึง 18 นิ้วใหญ่ดีแท้
แทบจะหาเรื่องพ่อข้อเปลี่ยนไม่ได้เลย ท่อไอเสียออกมาทั้งสองฝั่งโดยรวมแล้วออกแนวหรูหรามากกว่าดุดันต่างจากบรรพบุรุษมันโดยสิ้นเชิง |

 |
มาดูภายในกันบางเมื่อเปิดประตูออกมาพบว่าภายในได้รับการตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับ
aluminium เบาะนั่งเป็นหนังสีดำ+กำมะหยี่นั่งสบายปรับไฟฟ้าทั้งสองฝั่งเด็กนั่งได้
คนแก่นั่งดี มีพื้นที่ข้างหลังให้นั่งได้ไม่ถึงกับแคบจนอึดอัดพวงมาลัยทรงสามก้าน
ดูแข็งๆออกแนวเชยๆผสมแก่หน่อยยังดีที่มี aluminium มาตกแต่งช่วยชะลอความแก่
พร้อมกับระบบ Multi-Function สำหรับควบคุมเครื่องเสียง เรือนไมล์เป็นแบบ
Optitron สีออกเหลืองส้มๆ
ตรง console กลางเป็น สี aluminum มีจอ LCD ที่เป็นระบบ navigation ซ่อนอยู่กดปุ่มแล้วจะเด้งขึ้นมาดูไม่ค่อยทนทานสักเท่าไรเพราะเด้งขึ้นมาเร็วแบบไม่มีชะลอสวิตช์แอร์เป็นแบบ
digital ทันสมัยไม่ตกยุคพร้อมจอแสดงอุณหภูมิอยู่ด้านหลังจอ LCD และวิทยุเครื่องเสียงชั้นดีของ
Bose รวมอยู่ตรงกลางทั้งหมด |
 |
โดยไอ้เจ้าสวิทช์เกี่ยวกับพวกระบบเครื่องเสียงนี่สิอ่านไม่ออกเลยว่าเขียนอะไรไว้บ้างเพราะดันเขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น
slot ที่ใส่ DVD ถูกเก็บไว้ในช่องเก็บของฝั่งคนนั่งถัดลงมาเป็นเกียร์
หัวเกียร์ auto ทรงคลายลูกเบสบอลเป็นเกียร์ auto 5 ATX พร้อมระบบ Tronic
ยอดฮิตตามพิมพ์นิยม
ส่วนระบบความปลอดภัยนั้นหายห่วงมีมาให้เพียบไม่ว่าจะเป็น ABS, Traction
Control ,Vehicle Stability Control พร้อมกับ Airbag อีกหลายลูกทั้งด้านหน้า
ด้านข้าง ม่านนิรภัย ที่ขาดไม่ได้สำหรับรถนำเข้าก็คือ moonroof ที่ทำงานด้วยไฟฟ้าแบบเงียบกริบเวลาเปิดปิดไม่ให้เสียอารมณ์แต่อย่างใด |
เมื่อคุณเข้ามานั่งแล้วปิดประตูเสียงที่ได้ยินเหมือนกับปิดประตูรถยุโรปราคาหลายล้านไม่มีผิดต่างกับรถญี่ปุ่นที่ผลิตในประเทศไทยราวฟ้ากับเหวบิดกุญแจ
start รถ ไมล์ Optitron สีส้มจะสว่างขึ้นมา จอ LCD จะขึ้นรูป Nissan พร้อมกับเสียงทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ฟังไม่ออกอีกแล้วหลังจากนั้นที่จอ
LCD ก็จะให้คุณเลือกว่าจะเล่นอะไรนั้นก็แล้วแต่จะปราถนาการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารถือว่าดีเงียบมากถึงมากที่สุด

เมื่อทดลองขับโดยเลื่อนตำแหน่งเกียร์ มาที่ D แล้วกดคันเร่งออกไปโดยไม่ได้ใช้ระบบ
Tronic ระบบ Traction Control จะทำให้รถไม่เกิดการฟรีทิ้ง ตอนแรกคิดว่าจะอืดเพราะรถมีน้ำหนักตัวมาก
แต่เจ้า 350 GTกลับเริ่มมีแรงดึงตั้งแต่ในรอบต้นผิดจากที่คาดไว้ ต้องยกความดีความชอบให้กับเครื่อง
VQ35 ที่สามรถสร้างแรงบิดที่มีมากตั้งแต่ในรอบต่ำๆ นั้นเอง เสียงเครื่องยนต์มีเข้ามาน้อยมาก
อัตราเร่งต้องถือว่าตามบาทาดีทีเดียวกดเป็นมา ขับง่ายกว่ารถ turbo เยอะ อัตราเร่งดีสามารถสร้างแรงดึงแบบสุภาพชน
การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างนุ่มนวล รถแถบจะไม่เหลือความดิบไว้เลย แช่คันเร่งไว้สักพัก
ก็ถึง180 kph และถูกล็อกความเร็วไว้ตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่น แต่เครื่องยนต์ยังมีแรงไปได้อีกเยอะทีเดียว

ขากลับลองขึ้นทางด่วนพร้อมกลับดันเกียร์ออกมาทางขวาเพื่อทดลองระบบ Tiptronic
ของเจ้า 350GT เพื่อที่จะลองเปลี่ยนเกียร์เอง เมื่อลองกดออกไปรอบเครื่องกวาดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ผมสับเข้าเกียร์ 2 โดยผลักเกียร์ขึ้นแรงดึงยังคงมีอย่างต่อเนื่องอัตราเร่งดีกว่าตอนยังไม่ได้ใช้ระบบ
Tiptronic แบบรู้สึกได้ แรงดึงยังคงมีจนเข้าเกียร์ 4 จึงเริ่มน้อยลงแต่เข็มความเร็วก็ไม่ได้ขึ้นช้าลงเลยยังคงกวาดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไปสุดที่
180 จึงถูก lock ไว้ตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่นโดยไม่ได้เป็นการตัดแบบหัวทิ่มหัวตำเหมือนในพวก
Evo หรือ Impreza คือมันแช่ไว้ที่ 180++ ค้างไว้อย่างนั้นไม่ได้มีอาการสะอึกแล้วความเร็วลดลงแต่อย่างใด

โดยรวมถือว่าน่าประทับใจมากครับสำหรับรถที่มีน้ำหนักตัวขนาดนี้แถมยังไม่มี
Turbo อีกต่างหาก นับว่าจุดเด่นของเจ้า Skyline 350GT ก็คือ การตอบสนองของเครื่องยนต์
ที่เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันเป็นอย่างดีเพราะมีแรงบิดสูงตั้งแต่ในรอบต่ำ
(3000 rpm ขึ้นไป) อย่างไรก็ตามเมื่อใช้ความเร็วสูงรู้สึกว่ารถวิ่งช้ากว่าความเป็นจริง
อันเนื่องมาจากการเกาะถนนและการเก็บเสียงอันดีเลิศ ซึ่งถ้าจับคุณปิดตานั่งคุณจะไม่รู้หรอกว่านี่คือรถญี่ปุ่นซึ่งต่างกับรถญี่ปุ่นที่ประกอบในประเทศไทยราวฟ้ากับเหว
ระบบเบรกและช่วงล่างถือว่าอยู่ในระดับที่ดีถึงแม้ว่าตัวเกียร์ auto จะไม่ใช่เบรก
Brembo เพราะต้องซื้อตัวเกียร์ manual 6 speed ถึงจะได้ เบรก Brembo แต่ก็ถือว่าคุ้มกับการที่ไม่ต้องปวดขาเหยียบ
clutch เวลาเจอขบวนรถติดในสยามประเทศ เพราะระบบเบรกของตัวนี้เท่าที่ลองดูถือว่าสอบผ่านที่เดียวไม่มีอาการใดๆให้หวาดเสียวว่าจะไปสัมผัสบั้นท้ายรถคันข้างหน้าแต่อย่างใด

การทรงตัวของรถในโค้งถือว่าดีเนื่องจากการว่างตำแหน่งเครื่องแบบ Front-Midship
คือวางด้านหน้าแต่ได้วางเข้าไปชิดด้านในให้มากที่สุดทำให้การกระจายน้ำหนักเป็นไปอย่างสมดุลย์
(53%-47%) ทำงานร่วมกับระบบ Traction Control และ ระบบรักษาตัวเสถียรภาพการทรงตัว
Vehicle Stability Control ทำให้รถเกาะโค้งยังกับตุ๊กแกเกาะเพดาน จะมีอาการหน้าดื้อโค้ง
understeer เลี้ยวไม่ค่อยเข้าเล็กน้อย อันเนื่องมาจาก ขนาดตัวที่ใหญ่ น้ำหนักที่มาก
และระบบ Traction Control แต่ก็อาการนี้ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ไม่ออกอาการให้หวาบหวิวแต่อย่างใด
แต่ถ้าต้องให้อาการพวงมาลัยเบาโหวง แถบจะไม่ต้องออกแรงเลยเวลาถอยเข้าจอด
แต่เวลาใช้ความเร็วสูงๆกลับรู้สึกว่าเบาจนหน้าตกใจ แอร์เย็น เพลงเพราะตามสูตรสำเร็จของรถประเภท
Grand Touring เหมาะแก่การขับไปรับหญิงเป็นที่สุด
แต่ถ้าคุณลองจับมันมาขับแบบ Slalom หรือในสนามแข่งที่มีโค้งเยอะๆ จะรู้สึกได้เลยว่ารถมันหนักและไม่ค่อยคล่องตัวสักเท่าไร
หากคุณต้องการให้อาการ understeer หายไปก็เพียงปิดสวิทช์ VDC ที่ console
ฝั่งคนขับ โดยปุ่มนี้จะซ่อนอยู่ในลับแลนิดๆ สงสัยกันคนมือซน อย่างไรก็ดีมันผิดวัถตุประสงค์ที่จะจับเจ้าอ้วนตัวนี้มาขับแบบดังกล่าวเพราะคนออกแบบที่ต้องการให้มันใช้สำหรับวิ่งทางยาวๆมากกว่าจะเอามาขับมุดซ้ายมุดขวาแข่งกับรถเมล์เขียวและรถตู้บ้านเรา

โดยสรุปความคุ้มค่าของเจ้า Skyline 350GT กับราคาค่าตัว 4 ล้านบวกๆ คำถามแรกที่คุณจะต้องตอบตัวเองก็คือคุณต้องการรถ
sport ประเภทไหน หากต้องการรถ sport ประเภทดิบๆ หน่อยและนั่งได้แค่สองคน
350GT นี้อาจจะเป็นตัวเลือกที่ไม่ค่อยตรงใจสักเท่าไร อย่างไรก็ดี Nissan
ก็ได้ออก Fairlady Z ไว้ตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้อยู่แล้ว (ถ้ามีโอกาสเดี๋ยวจะเขียนเกี่ยวกับ
Z ให้อ่านกันอีกที) แต่ถ้าคุณกำลังมองหา sport แบบ Grand Touring มีที่นั่งข้างหลัง
อัตราเร่งดีเมื่อทียบกับรถ NA ทั่วไป มีช่วง power band ที่กว้าง นิ่มนวล
ขับสบาย นั่งสบาย เก็บเสียงดี แอร์เย็น เพลงเพราะ ซื้อมาแทบจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเลย
เหมาะแก่การขับไปเที่ยวเป็นระยะทางไกลๆ และสามารถใช้งานได้ทุกวัน นี่แหละครับหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับวัยรุ่นที่กำลังมองหารถ sport สักคัน หากจะซื้อมาเพื่อ modify เพิ่มละ
350GT อาจจะไม่ค่อยถูกใจเพราะพวกของเล่นก็ไม่ค่อยจะมี ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์เพิ่มความแรงหรือชุด
bodypart เนื่องจากในญี่ปุ่นไม่เป็นที่นิยมเท่า Z และด้วยราคาขนาดนี้คุณจะมีตัวเลือกเยอะมาก
ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถ used อัตราเร่งนั้นสู้พวกเครื่อง Turbo ไม่ได้เพราะเป็นเครื่อง
NA ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจวัยรุ่นเท่าไร แต่ขับง่ายกว่าและขับสบายกว่ากันเยอะ
ดังนั้นก็แล้วแต่ชอบละกันครับ คุ้มหรือไม่คุ้มอยู่ที่วัตถุประสงค์ของคุณละครับว่าชอบรถแบบไหน
อย่างไรก็ดี 350GT ก็ถือว่าเป็นรถที่น่าสนใจทีเดียวเพราะมีจุดเด่นตรงที่
อัตราเร่งดีแบบสุภาพไม่กระโชกโฮกฮากแบบรถ turbo ขับสบายไม่เหนื่อย วัยรุ่นขับได้
ผู้ใหญ่ขับดีและสามารถใช้งานได้ทุกวัน แล้วพบกันในครั้งหน้าสวัสดีครับ
ใครที่สนใจ Skyline 350GT ,รถนำเข้าและอื่นๆ
ติดต่อ 01-655-8888
Article By Narun Lee

Acceleration
อัตราเร่งถือว่าน่าประทับใจเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวและเมื่อมันเป็นเครื่องที่ไม่มี
turbo |
7.5 |
Top Speed
ถูก lock ไว้ที่ 180 เลยไม่ทราบว่าความเร็วสูงสุดนั้นเท่าไรแต่เกิน
230 แน่ๆ |
? |
Handling
เกาะถนนใช้ได้เลยหากไม่ใช้งานแบบโหดๆเช่นเอาไปขับแข่ง แม้ว่าในช่วงที่เกิน
170 จะออกอาการงอแงแต่ก็ไม่มาก ส่วนในโค้งก็อยู่ในระดับที่ไว้ใจได้
มีอาการดื้อโค้งนิดๆแต่ก็ควบคุมได้ไม่ลำบาก
|
7.5 |
Brake
แม้ว่าจะสู้ตัวที่ เป็นเกียร์ธรรมดา เบรก Brembo ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าสอบผ่านไม่ต้องกลัวว่าจะต้องไปสัมผัสท้านคันหน้าแต่อย่างใด
เอาอยู่แน่นอนแม้วันมามาก |
8 |
Looks
ออกแนวเรียบร้อยไม่ค่อยดุดันต่างจากบรรพบุรุษ แฟนๆ Skyline ไม่ค่อยจะถูกใจเท่าไร
แต่ถ้าโดยรวมก็ถือว่าสวยแบบหรูหรา |
7 |
Comfort
หรูหราสะดวกสบายเป็นที่สุด เบาะหนังปรับไฟฟ้า จอ LCD DVD moonroof
เกียร์ auto เป็นรถ Sport GT ขับสบายมากที่สุดคันหนึ่งที่ได้ทดลองมา |
9 |
Daily Usage
ใช้งานได้ทุกวันไม่มีปัญหาแม้ว่าจะเจอรถติด,ต้องรีบไปทำงาน,พาแฟนไป
shopping คุณสามารถนำ 350 GT ไปได้ทุกแห่งไม่มีอาการงอแงเวลาอากาศร้อน
หรือ อื่นๆแต่อย่างใด |
8.5 |
Value
หากต้องการรถที่อัตราเร่งดี ขับสบายควบคุมง่ายและมีรถคันอื่นใช้อยู่แล้วก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ |
? |
More Pictures
 
 
  |