New Car: Saleen S7 Twin Turbo
ิEat my dust, Enzo!


Image Copyright - Saleen


          หากพูดถึงรถ Sport ของอเมริกาบางคนอาจจะนึกถึง Dodge Viper ที่ใช้เครื่องจากรถกระบะขนาด 8000 cc. บางคนอาจจะนึกถึง Corvette หรืออาจจะเลยเถิดไปถึง ME412 รถ Concept ของใครสะเหร่อ (Chrysler) แต่ถ้าถามว่ามีใครรู้จักรถยี่ห้อ Saleen บ้าง? บางคนอาจจะทำหน้างงว่ารถอะไรฟ่ะ แต่รู้ไหมว่านี่คือ supercar แท้ๆเครื่องยนต์วางกลางลำและมีอัตราเร่ง 0-100 เร็วกว่า Ferrari Enzo และมี Topspeed สูสีไล่จี้ตูด Mclaren F1 ได้แบบไม่น่าเกลียดทั้งๆที่ราคาถูกว่าเกือบ 3 เท่า

ถ้าใครนึกหน้าตาไม่ออกแนะนำให้ไปดู Bruce Almighty ของอีตา Jim Carry รถที่ตานั่นขับแล้วคนบางคนเข้าใจผิดว่านั้นคือ Mc F1 นั้นแหละครับคือ Saleen S7 รถรุ่นนี้เป็นรถแบบ home made คือทำกันในโรงงานที่มีขนาดใหญ่กว่าบ้านนิดนึง ใช้มือทำเป็นส่วนใหญ่ โดยคันแรกออกมาในปี 2002 และเป็นรถ street legal ของ America ที่วิ่งเร็วที่สุดด้วย

อย่างไรก็ดีเมื่อเวลามันผ่านไปการแข่งขันเรื่องความเร็วและความแรงก็ออกมาเรื่อยๆ ทาง Saleen เลยตัดสินใจเอาเจ้า S7 มาปรับปรุงและเพิ่มพลัง วิธีเพิ่มความแรงที่ง่ายที่สุดก็คือการยัดเทอร์โบ ลูกเดียวมันไม่พอยัดมันเข้าไปทั้งสองลูกเลยเพื่อความโรคจิต แล้วก็ตั้งชื่อว่า Saleen S7 Twin Turbo แต่ไม่ใช่แค่ยัดเทอร์โบแล้วจบนะครับ มันต้องปรับปรุงส่วนอื่นๆด้วย มีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย...



หน้าตาภายนอกหากดูเผินๆ อย่างที่ผมบอกนั้นแหละครับว่าบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่ามันเป็น Mc F1 ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะว่าเจ้าของบริษัทและคนออกแบบได้เอา design และแรงบันดาลใจมาจากสอง supercar ที่ยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 20 นั้นก็คือ Mc F1 และ Jagaur XJ220 โดย chassis แบบสมัยนิยมที่ supercar ต้องใช้ก็คือ spaceframe ที่มีโครงสร้างแบบ honeycomb composite ที่ทาง Saleen เอามาจากประสบการณ์ในสนามแข่งอะไรก็ไม่รู้ ตัวรถทำจาก carbon fiber ที่ทาง Saleen บอกว่าเอามาจากเทคโนโลยีการผลิตอวกาศยานอีกแล้ว (น่าจะไปสร้างยานอวกาศมากกว่าสร้างรถให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย)

ถามว่าเมื่อพัฒนาแล้วมันต่างจากตัวเก่าตรงไหน หากเอามาวางข้างๆกันก็ยังแถบจะแยกไม่ออกเพราะทาง Saleen บอกว่ารถเราดีอยู่แล้วไม่มีความจำป็นที่จะต้องเปลี่ยนอะไรมาก จุดแตกต่างถ้าไม่มุดไปดูจะไม่เห็นเนื่องจาก S7 Twin Turbo ต่างกับตัวธรรมดาเพียงแค่ diffuser หน้าและหลังร วมถึงใต้ท้องรถที่ออกแบบใหม่ แล้วก็มี spoiler หลังและกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่นิดๆหน่อยๆเพื่อให้มี aerodynamics ที่ดีขึ้น โดยสามารถลดค่าแรงต้านลงได้ 40% และเพิ่มค่า downforce ได้อีก 60% นั้นแหละจุดแตกต่างภายนอกมีแค่นั้นจริงๆ ถ้าเอารูปตัวใหม่มาให้ผมดูเพียวๆก็คงตอบไม่ได้เหมือนกันว่ามันต่างกันตรงไหน



จุดแตกต่างที่สำคัญกลับไปอยู่ที่เครื่องยนต์ขนาด V8 ขนาด 7 ลิตรทำจากอะลูมิเนียมทั้งตัว ที่ทาง Saleen อ้างว่าพัฒนาขึ้นมาใหม่หมด โดยใช้เทคโนโลยีจากอวกาศยาน (ไม่ใช่อากาศยาน) แต่ดันเป็นแบบ OHV 2 วาล์วต่อสูบเหมือนกับรถอเมริกันโบราณ มี redline อยู่ที่ 6500 rpm ภายในเครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาใหม่หมดโดย วาล์วทำจาก stainless steel, retainer ทำจาก titanium, บ่ารองวาล์วไอเสียทำจากวัสดุที่เรียกว่า beryllium ตัวลิ้นเร่งทำจาก aluminum แล้วก็ฝาสูบทำจากวัสดุที่ตัวเองคิดค้นเองเรียกว่า Saleen designed aluminum CNC-machined ส่วนระบบระบายไอเสียทำจาก stainlee steel แล้วก็ทาง Saleen ยังได้ design อุปกรณ์ด้านหน้าเครื่องยนต์ใหม่หมดโดยเรียกว่า Front Engine Accessory Drive (FEAD) เพื่อให้เครื่องยนต์มีขนาดเล็กที่สุด เพื่อให้เกิดผลการกระจายน้ำหนักที่มีประสิทธฺภาพที่สุด ส่วนระบบน้ำมันเครื่องนี่แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้ต้องเป็นแบบ dry sump ไม่งั้นเดี๋ยวตกยุค

ระบบดักอากาศเข้าเครื่องก็พัฒนาใหม่หมดเนื่องจากเครื่องยนต์มีขนาดเล็ก โดยจะดักลมผ่านจากหลังคาเข้าสู่กรองอากาศขนาดมโหฬารที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 90 mm ทำจาก carbon fiber แล้วค่อยส่งผ่านเข้าไปที่ twin-turbo แบบ Ball Bearing ระบายความร้อนด้วยน้ำของ Garrett ที่ควบคุมแรงดันบูสท์ด้วย wastegate ขนาด 44 mm. โดยกำหนดบูสท์เพียงแค่ 5.5 psi ก่อนจะอัดอากาศเข้าสู่ท่อไอดีที่ทำจากอะลูมิเนียมแบบของใครของมัน 8 ท่อ



เมื่ออากาศมากขึ้นน้ำมันก็ต้องมากขึ้นตาม โดยเปลี่ยระบบปั๊มติ๊กใหม่ไปใช้แบบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 2 ตัว หัวฉีดก็เปลี่ยนใหม่ให้ใหญ่ขึ้นสมกับปริมาณอากาศที่มากขึ้น ก่อนที่จะระบายออกด้วยระบบไอเสียที่ทำจาก stainless steel ทั้งเส้นออกทางท่อไอเสียสไตล์ supercar คือมีสี่ท่อที่ทางด้านท้าย ฝั่งละสองตามธรรมเนียมเป๊ะ แม้ว่าจะแรงบ้าพลังแต่ก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนะครับโดยทาง Saleen ใช้ catalysts ถึงสี่ตัว (หนึ่งตัวต่อสองสูบ) โดย Saleen เรียกระบบนี้ว่า OBD-II ซึ่งทำให้ supercar คันนี้ผ่านมาตรฐานมลภาวะของเมืองอเมริกาแบบสบายๆ

ผลที่ได้ทำให้เจ้า S7 Twin Turbo มีแรงม้าเพิ่มเป็นทั้งหมด 750 ตัวที่ 6300 รอบกับแรงบิดมากมหาศาลแบบช้างถีบที่ 950 นิวตันเมตรที่รอบต่ำเพียงแค่ 4500 รอบ เป็นรองแค่ SL 65 AMG คันเดียวที่มีแรงบิดที่ 1000 นิวตันเมตร อย่างไรก็ดีรถคันนี้น้ำหนักเบากว่า SL65 AMG บานประมาณว่าเอาธิดาช้างใส่เข้าไปปสามคน (ถ้าใส่ลงนะ) น้ำหนักของ Saleen S7 Twin Turbo ยังเบากว่า SL 65 AMG ซะอีก ทำให้อัตราเร่งและ topspeed ของ S7 Twin Turbo ฉีก supercar คันอื่นๆบนโลกกระจุย (อยากรู้ว่าเท่าไรเดี๋ยวจะเฉลย) ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา เหยียบ clutch เองแบบ 6 speeds ที่พัฒนาคันเกียร์ให้เข้าได้รวดเร็วมากขึ้นถึง 5 เท่า ส่งกำลังลงสู่ล้อหลังขนาด 335/30 R20 ส่วนล้อหน้าขนาด 275/35 R19s



เมื่อแรงม้าและแรงบิดมากขึ้นถ้าไม่ปรับปรุงช่วงล่างและระบบเบรกสสงสัยจะได้ไปนอนหงายท้องหรือไม่ก็เกาะอยู่ตามตอทางด่วน ทาง Saleen เลยปรับปรุงระบบช่วงล่างและเบรกใหม่ โดบช่วงล่างอิสระปีกนกและคอยล์สปริงรวมถึง shock absorber ทำจาก aluminum เพื่อลดค่า unsprung weight และทำให้การควบคุมเฉียบคมมากขึ้น ภายในโช้คอัพเปลี่ยนวาล์วใหม่ทั้ง
ทางด้านหน้าและด้านหลัง ส่วนระบบเบรกจะไปพ้นใครนอกจาก Brembo เจ้าเก่าโดย caliper เบรกทำจาก aluminum แบบ 6 pots ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังเพื่อความอุ่นใจไม่หวั่นแม้วันมามาก (สรุปคือทั้งคันไม่มีอะไรทำจากเหล็กเลยมั้งเนี่ย)

ส่วนภายใน เห็นน้ำหนักเบาๆอย่างนี้อย่าคิดว่ามันจะแห้งแล้งเหมือนกับ supercar จากอิตาลี เพราะว่า S7 Twin Turbo มีทุกอย่างเท่าที่ Benz จะให้คุณได้ยกเว้นเบาะไฟฟ้านั้น คือมันมีทุกอย่างจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ พวงมาลัยเพาเวอร์ central lock กระจกไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝนแบบปรับความเร็วให้เหมาะสมตามสภาพการขับขี่ กุญแจรีโมตที่สามารถเปิดได้ทั้งประตูและฝากระโปรงได้ พร้อมระบบ Keyless Go แถมด้วยเครื่องเสียงที่เป็นทั้ง FM/AM/CD/DVD/TV console และอุปกรณ์ภายในหุ้มด้วยหนังกลับ (Alcantara) นอกจากนี้ฝากระโปรงหน้ายังสามารถใส่กระเป๋าได้ถึง 3 ใบเผื่อจะพาลูกไปเที่ยว



เห็นอุปกรณ์เยอะๆอย่างนี้รวมถึงเครื่องขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่รถคันนี้หนักเพียงแค่ 1340 kg เท่านั้น เมื่อรวมกับแรงม้าถึง 750 ตัวกับแรงบิด 950 นิวตันเมตร ใครที่อยากรู้ว่ารถคันนี้ทำ 0-100 ได้ในเวลาเท่าไร อ่านมาถึงตอนนี้แล้วจะเฉลยให้ฟัง นั้นก็คือ 2.8 วินาที เปล่าผมไม่ได้พิมพ์ผิดครับ 0-100 S7 Twin Turbo ทำได้ใน 2.8 วินาทีจริงๆ เร็วกว่า Enzo ถึง 0.7 วินาที และเร็วกว่า Mc F1 อีก 0.5 วินาที และนี่เท่ากับว่ารถคันนี้เป็น supercar ของอเมริกาที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก topspeed ทาง Saleen ไม่ได้บอกมาว่าเท่าไร แต่จากตัวเก่าที่ทำได้ทะลุ 350 kph ทั้งๆที่แรงม้าน้อยกว่า 220 ตัวกับแรงบิดน้อยกว่า 240 นิวตันเมตร แต่น้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกแค่ 40 kg ทำได้พอจะเดากันได้ว่ารถคันนี้คงวิ่ง topspeed ได้แถวๆ 400 คู่แข่งของมันที่ยังผลิตอยู่เท่าที่เห็นในโลกบวมๆตอนนี้คงจะมีเพียงรถจากประเทศสวีเดนนามว่า Koenigsegg CCR ที่หน้าตาประหลาดไม่แพ้กันเท่านั้น ส่วน Enzo หรือ Carrera GT อย่าไปพูดถึงเลยครับ แพ้ตั้งแต่เกียร์หนึ่งยันเกียร์สุดท้าย สนนราคาได้ข่าวมาแว่วๆว่าอยู่ประมาณ 550,000 $ ถูกกว่า Enzo ตอนออกใหม่ๆ ประมาณ 100,000 และถูกว่า Enzo มือสองประมาณ 1,000,000 เหรียญ พร้อมกับ warranty ให้อีกสองปีไม่จำกัดระยะทางใครสนใจลองติดต่อกันเอาเองละกันครับ เจอกำแพงภาษีนำเข้าบ้านเราเข้าไปราคาคงออกมาสูสีกับ Enzo ละครับ ถ้าเกิดมีเงินเหลือไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี ซื้อมาขับเล่นสักคันสองคันคงเท่ห์ไม่น้อย แถมไม่ซ้ำใครในเมืองไทยด้วย


Article by NarunLee








Specification
Engine V8 Twin-Turbo
Cylinder Capacity 7,004 cc
Max. Power 750 bhp @ 6,300 rpm
Max. Torque 950 Nm @ 4,800 rpm
Weight/Power Ratio - hp / liter
Transmission MR
Gear Box Manual 6-Speed
0-100 2.8 sec
0-400 -
0-1000 -
100-0 -
Top Speed ~400 km/h (estimate)
Length - mm
Width - mm
Height - mm
Weight 1340 kg


Fast Facts

แรงกว่า Enzo แต่ราคาถูกกว่าล้านเหรียญ น้ำหนักเบาแต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียบยังกะเบนซ์ แล้วคุณยังต้องการอะไรอีก
Hit!
ที่ออกแบบมาได้ไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเท่าไรเลย แถมรุ่นปรับโฉมก็หน้าตาไม่แตกต่างจากตัวเก่าเลย (ไม่มีแม้แต่ป้ายบอกว่าคันนี้ twin turbo นะจ๊ะ)
Miss
Topspeed เท่าไรไม่รู้ แต่คิดว่าคงใกล้ๆ 400 ไม่ก็ 400 ละครับ
May Be


More Pictures