New Car: 2006 Mercedes Benz S-Class
Luxury Saloon at its best


Image Copyright - DaimlerChrysler


          ผมต้องขออภัยกับคนที่รออ่านรายละเอียดอยู่ด้วยนะครับ ที่ใช้เวลาแปลนานไปหน่อย คือรายละเอียดมันย้าววว ยาว จริงๆ อย่างเสียเวลาเลยครับมาเข้าข่าวกันเลยดีกว่า...

หลังจากที่ทำตลาดอยู่ตั้งแต่ปี 1998 ในที่สุดรถหรูยอดนิยมขวัญใจอาเสี่ยบ้านเราก็ออกรุ่นใหม่มาให้เหล่าอาเสี่ยที่ไม่ชอบขับรถตกรุ่นเสียตังค์กันอีกจนได้... ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง Mercedes-Benz S-Class model year 2006 อยู่นั่นเอง

มาดูรูปร่างภายนอกกันเลยดีกว่า... หลังจากที่ทางเราได้ลองไปสำรวจความนิยมจากสมาชิกใน message board ของเรามาแล้ว พบว่า ส่วนมากยังไม่ค่อยพอใจกับ design ทันเท่าไหร่นัก บางท่านก็บอกว่า หน้าเเหมือน Camry บ้าง มีโป่งเหมือน Optra บ้าง ท้ายเหมือน Tiana (หรือไม่ก็ Maybach) บ้าง... บางท่านบอกว่าเหมือนรถ เกาหลี ก็มี หรือ บางท่านให้ความเห็นมาง่ายๆ ว่า “ไม่สวย” เลยก็มีเหมือนกัน... แต่ก็ยังมีสมาชิกบางท่านที่บอกว่ามันดูโอเค ไม่น่าเกลียด โดยรวมดูแล้วภูมิฐานสมเป็นรถ Benz หรือไม่ก็ ดูไปนานๆ เดี๋ยวก็ชินเอง... แต่ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัวของผม ผมขอตอบว่า อย่างน้อยมันก็ไม่ได้ดูแย่ไปกว่า S-Class ตัวปัจจุบัน (ซึ่งก็ไม่ได้สวยอะไรมากมาย) ก็แล้วกันน่า...



เพื่อป้องกันไม่ได้ข่าวออกมายาวจนเกินไป (คือ press มันยาวจริงๆ) ผมขออนุญาตรีบข้ามเรื่องหน้าตาของมัน แล้วมาดูส่วนสำคัญๆ ของ เจ้า S-Class ใหม่ คันนี้กันแทนดีกว่า... ซึ่งส่วนสำคัญที่ว่านั่นก็คือความ ไฮเทค ของมันยังไงล่ะครับ... เพราะทาง DaimlerChrysler เค้าบอกมาว่า S-Class ใหม่คันนี้ มี technology ใหม่ๆ อัดแน่นอยู่เป็นโหลเลยทีเดียว

เริ่มด้วยระบบ Brake Assist PLUS ซึ่งระบบนี้จะใช้ radar คอยจับ และคำนวน ระยะห่างจากรถคันข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา ถ้าเมื่อใดที่ระยะห่างนั้นลดลงอย่างรวดเร็ว หรือน้อยจนอาจเกิดอันตรายได้ ระบบนี้ก็จะคำนวน แล้วก็ช่วยปรับแรงเบรคที่คนขับเหยียบอยู่ให้อยู่ในระดับที่เหาะสม ประมาณว่าถ้าเหยียบเบรคเบาไป ระบบก็จะช่วยเบรคอีกแรง หรือ ถ้าเบรคแรงไป ระบบก็จะปรับไม่ให้ท่านอาเสี่ยทั้งหลายหัวทิ่มหัวตำกันโดยไม่จำเป็นยังไงล่ะครับ... (ระบบที่คล้ายๆ กันนี้อาจมีใช้ไปแล้วบ้าง แต่ของ S-Class ใหม่นี่ เค้าภูมิใจเสนอว่าปรับปรุงมาใหม่ ดีกว่าเดิมแน่นอน) อ้อ นอกจากนี้ ถ้าเกิดคุณต้องเบรคกระทันหันขึ้นมา ไฟเบรคของรถคันนี้จะกระพริบ เพื่อเป็นการเตือนรถที่ตามมาว่า รถ Benz ราคาแพงคันนี้ กำลังเบรคกระทันหันอยู่ ถ้าไม่มีประกันก็รีบเบรคซะ! (แต่ไฟเบรคกระพริบนี่ อยู่บ้านเราอาจเข้าใจผิดว่าไปเปลี่ยนมาเองก็ได้นะ)



ข้อดีอีกอย่างของระบบ Brake Assist PLUS ก็คือมันจะทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ ได้อีกหลายระบบ และหนึ่งในนั้นก็คือระบบที่ชื่อว่า PRE-SAFE ซึ่งระบบนี้มีหน้าที่ทำให้คนขับอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อมีการคำนวนว่าอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เช่นถ้ารถมีการเบรคแรงๆ หรือการแถเกิดขึ้นมากเกินไป ระบบนี้จะรัด seat belt ของเบาะคู่หน้า และทำให้เบาะแบบ multicontour ทั้งหน้าและหลังพองลมขึ้นเพื่อ support คนขับและผู้โดยสาร นอกจากนี้ถ้ากระจกเปิดอยู่ มันจะปิดเองโดยอัตโนมัติอีกด้วย

อีกระบบหนึ่งที่ทำงานร่วมกับระบบ Brake Assist PLUS ก็คือระบบ DISTRONIC PLUS ซึ่งระบบนี้ก็เคยใช้กันมาก่อน แต่คราวนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกเช่นกัน โดยระบบ DISTRONIC PLUS ใน S-Class ใหม่นี้จะมี radar ที่สามารถทำงานได้ที่ความเร็วตั้งแต่ 0-200 km/h และในสภาวะรถติด ระบบนี้จะคอยสั่งให้รถเร่งความเร็วและเบรคเอง เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าโดยอัตโนมัติ

อีกระบบที่มาคู่กับ Brake Assist PLUS และ DISTRONIC PLUS ก็คือ Parking Assist System ที่ใช้ radar แบบเดียวกันเพื่อช่วยในการจอดรถ โดย radar แบบนี้จะมีระยะที่ยากกว่า ultrasonic signal ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆ ไป



ระบบใหม่อันต่อไปนี้ ผมคิดว่าน่าจะยังไม่เคยมีในรถคันไหนมาก่อน และผมคิดว่ามันเจ๋งใช้ได้เลย... ระบบนี้เป็น night view assist แบบใหม่ โดยจะมี infra-red headlamp 2 อัน คอยส่องแสง infra-red ไปบนถนน ซึ่งตาคนเราจะมองไม่เห็นแสง infra-red ทำให้แสงนี้ไม่ไปแยงตาผู้อื่น และแสงนี้จะช่วยให้คนขับมองเห็นได้ไกลขึ้นถึง 150 เมตร เมื่อใช้ไฟต่ำ... นอกจากนี้ที่กระจกมองข้างยังมีกล้อง infared ติดอยู่ และคอยฉายถนนให้คนขับเห็นได้ผ่านทาง instrument cluster

พูดถึงเรื่องความปลอดภัยกันไปเยอะแล้ว คราวนี้มาดูเรื่องความสะดวกสบายกันบ้างดีกว่า... S-Class ใหม่นี้ ตัวรถมีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อนในทุกๆ มิติ ความยาวนั้นมีให้เลือก 2 ขนาด คือ 5076 mm หรือ 5206 mm (ยาวอิ๊บอ๋าย จอดบ้านเราตูดจะยื่นมั๊ยเนี่ย) ซึ่งความยาวนี้จะยาวกว่า S-Class รุ่นก่อนอยู่ 33 mm และ 43 mm ตามลำดับ ส่วน wheelbase นั้นยาวกว่าเดิม 70/80 mm กลายเป็น 3035 mm และ 3165 mm ตามลำดับ... นอกจากนี้ ตัวรถยังกว้างขึ้นอีก 16 mm และสูงกว่าเดิมอีก 29 mm อีกด้วย

เมื่อมีติภายนอกใหญ่ขึ้น มิติภายในรถก็ควรจะใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกัน และใน S-Class ใหม่นี้ shoulder-room และ elbow-room นั้นใหญ่ขึ้นมากสุดถึง 39 mm ในขณะที่ head-room นั้นใหญ่ขึ้นอีก 5 mm… สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ในรุ่น long-wheelbase จะมี leg-room ที่ยาวขึ้นอีก 10 mm และ knee-room ที่กว้างขึ้นอีก 11 mm เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน... สุดท้าย ที่เก็บของท้ายรถก็ถูกขยายขึ้นอีก 60 ลิตร เป็น 560 ลิตร (วัดแบบ VDA)



ภายในของ S-Class นั้นถูกตบแต่งด้วยลายไม้ และโครเมี่ยมไว้อย่างหรูหราตาม style ที่อาเสี่ยทั่วโลกนิยม ส่วนจะสวยหรือไม่สวยนั้น แล้วแต่จะมอง แต่ถ้าถามผม ผมว่ามันก็ดูหรูหราดี... การออกแบบภายในของ S-Class ใหม่นั้น จะเน้นให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมระบบต่างๆภายในรถ เช่น วิทยุ, TV, DVD, navigation system และ โทรศัพท์ ได้ 3 ทางด้วยกัน คือ ทางปุ่ม direct-selection บน console ซึ่งถูกวางไว่ไกล้ๆ มือ, ทางพวงมาลัย multifunction และ ทางระบบ COMAND ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่

สำหรับคนขับ ข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นจะถูกโชว์อยู่บน instrument cluster ที่เป็น จอสี ขนาดใหญ่ แทนที่จะเป็นเข็มเหมือนรถทั่วๆไป (ตรงที่เห็นว่าเป็นเข็มความเร็วนั่นแหละครับ จอภาพ ซึ่งอันนี้คนละจอกับจอ COMAND ซึ่งอยู่บน console นะครับ) ควบคุมได้โดยปุ่มบนพวงมาลัย multifunction... นอกจากนี้ ที่ด้านขวาของก้านพวงมาลัย ยังเป็นที่อยู่ของปุ่ม DIRECT SELECT ซึ่งมีไว้เปลี่ยนเกียร์ 7G-TRONIC ครับ

มาดูระบบ COMAND หรือ Cockpit Management and Data System ใน S-Class ใหม่กันบ้างดีกว่า... จอ COMAND อันนี้เป็นจอสีขนาดใหญ่ อยุ่ระดับเดียวกับ จอ instrument cluster ดูง่ายกว่ารุ่นก่อนซึ่งอยู่ค่อนข้างต่ำ และคนขับสามารถ ควบคุมมันผ่านทางปุ่มกลมๆ ที่อยู่บน console เกียร์ (ลอกแบบ i-Drive มาเห็นๆ) ความสามารถของระบบ COMAND ใหม่นี้ นอกจาก function พื้นๆ เช่น วิทยุ ทีวี DVD แล้ว ก็จะมี port สำหรับ PCMCIA cards มาให้เป็น standard และเจ้าของสามารถสั่ง navigation system สำหรับทั้งยุโรปได้ โดยข้อมูลจะถูกเก็บอยู่ใน hard disk เพื่อการทำงานที่รวดเร็วกว่าเดิม



เบาะของ S-Class ใหม่นี้ เป็นบแบบ ปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง พร้อม lumbar support มาให้เป็น standard... แต่ถ้าหากต้องการเสียเงินเพิ่ม คุณจะได้เบาะอุ่นตูด พ่นลม multicontour (หน้า/หลัง) หรือ เบาะ dynamic multicontour (หน้า) ซึ่งสามารถปรับเองได้ ตามสภาพการขับขี่ และยังมีถุงลมสำหรับนวดหลัง ซึ่งปรับได้ความเร็วได้ 4 ระดับผ่านทางจอ COMAND อีกด้วย

เพื่อความนิ่มนวล และตวามปลอดภัย ช่วงล่างของ S-Class ใหม่จะให้ AIRMATIC air-suspension มาเป็น standard ซึ่งช่วงล่างนี้จะสามารถปรับได้โดยการกดปุ่ม ให้เป็น แบบขับสบาย หรือ sport... เมื่อรถวิ่งอยู่ที่ความเร็วเกิน 120 km/h และ ใน sport mode ช่วงล่างจะปรับให้เตี้ยลงมากสุดถึง 20 mm โดยอัตโนมัติ... นอกจากนี้ระบบ Active Body Control ยังได้รับการปรับปรุงใหม่อีกด้วย (standard ในรุ่น S600)

อีกระบบใหม่สำหรับ S-Class ใหม่ ก็คือระบบ ADAPTIVE BRAKE ซึ่งจะช่วยเมื่อรถออกตัวบนทางลาด และลดระยะเบรคบนพื้นเปียก... และ parking brake ใน S-Class ใหม่ยังเป็นแบบไฟฟ้า เรียกใช้โดยการกดปุ่ม และ จะปลดออกเองเมื่อรถออกตัวอีกด้วย



โอย ยาวจริงๆ เกือยหมดแล้วครับ... มาถึงเครื่องยนต์แล้ว... ใน S-Class ใหม่จะมีเครื่องยนต์ให้เลือก 4 แบบด้วยกัน โดย 3 เครื่องนั้นเป็นเครื่องที่ทำขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีแรงม้ามากขึ้นสูงสุด 26 เปอร์เซ็นต์ และ แรงบิดมากขึ้นสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์... เครื่องเล็กที่สุดเป็นเครื่อง 3.5 ลิตร V6 272 แรงม้า ต่อมาเป็นเครื่องใหม่ขนาด 5 ลิตร V8 388 แรงม้า แรงบิด 530 Nm ที่ 2800 rpm ขึ้นไป ความเร็ว 0-100 อยู่ที่ 5.4 วินาที... ส่วนเครื่องขนาดใหญ่ที่สุดเป็นเครื่องใหม่ ขนาด 6 ลิตร V12 517 แรงม้า แรงบิด 830 Nm ตั้งแต่ 1900 รอบขึ้นไป... เครื่อง V12 จะเริ่มออกขายภายใน quarter แรกของ ปี 2006... อีกเครื่องที่จะเริ่มออกขายภายใน quarter แรกของ ปี 2006 เช่นกัน ก็คือเครื่องใหม่ ขนาด 3.2 ลิตร V6 CDI 231 แรงม้า แรงบิดที่ 540 Nm ตั้งแต่ 1600 รอบขึ้นไป ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อน 13 เปอร์เช็นต์ และแรงบิดดีขึ้นอีก 8 เปอร์เซ็นต์

สำหรับอาเสี่ยที่สนใจ S-Class ใหม่นี้จะเริ่มปรากฎตัวใน showroom ต่างๆ ประมาณ autumn ปีนี้ครับ


Article by Mae








Specification
Engine V6/V8/V12/V6 CDI
Cylinder Capacity 3,500 cc / 5,000 cc / 6,000 cc / 3,200 cc (CDI)
Max. Power 272/388/517/231 bhp @ - rpm
Max. Torque -/530/830/540 Nm @ -/2,800/1,900/1,600 rpm
Weight/Power Ratio -
Transmission FR
Gear Box 7G-TRONIC 7-Speed Automatic
0-100 5.4 sec (S500)
0-400 -
0-1000 -
100-0 -
Top Speed 250 km/h (limited)
Length 5076/5206 mm
Width - mm
Height - mm
Weight - kg


Fast Facts

ระบบใหม่ๆ มากมายเต็มไปหมด เรียกได้ว่า ถ้าจะวัดกันเรื่องลูกเล่นล่ะก็ คงจะหาคู่แข่งที่สูสียากหน่อย (ที่ถูกใจผมที่สุดคงเป็น infra-red headlamps ล่ะมั้ง) เป็นรถที่น่าขับจริงๆให้ตายเหอะ
Hit!
ถึงหน้าตาจะไม่ได้ดูแย่ไปกว่ารุ่นปัจจุบัน แต่จะพูดว่ามันสวยเลยก็คงไม่ได้... แต่ตัวจริงอาจจะดูหรูเริสอลังการก็ได้ใครจะไปรู้
Miss
ราคาตอนเข้ามาบ้านเราคงน่ากลังพอสมควร แต่ที่ผมกลัวกว่าราคาก็คือไอ้ option เจ๋งๆ ทั้งหลายแหล่เนี่ยสิ จะเหลืออยู่ซักกี่อัน
May Be


More Pictures