|
New
Car: 2005 BMW M5
ิThis is it...

Image Copyright - BMW
หลังจากที่ Motortoday นำเสนอแต่ Mercedes
Benz บ่อยเหลือเกิน คนบางคนนึกว่าเราได้รับค่าโฆษณาจากทางบริษัท DaimlerChrysler
มาให้ช่วยโปรโมท (ทั้งๆที่ทุกวันนี้ยังควักเนื้อตัวเองอยู่ก็เหอะ)
เพื่อลดคำครหาว่า Motortoday ลำเอียงชื่นชอบ Benz เป็นพิเศษ ยังไงก็ขอยืนยันว่าไม่ได้พิศสมัยรถตราดาวเป็นพิเศษแต่อย่าางใด
แต่เผอิญค่ายนี้เขาขยันออกรถใหม่ อันนี้ต้องไปโทษบริษัทญี่ปุ่น ที่ไม่เห็นจะออกรถใหม่ๆน่าสนใจ
มาให้ชื่นใจกับเขาสักที
คราวนี้เลยข้ามฟากมาเอาใจคนชอบ BMWบ้าง หลังจากที่เราเคยนำเสนอเกี่ยวกับ
รถรุ่นนี้ตอนที่มันเป็น concept car ไปแล้วหนหนึ่ง แต่ครั้งนี้เป็นภาพสุดท้ายและเป็น
version ที่จะออกสู่ท้องถนนของรถ sedan ที่ทรงพลังที่สุดจากสายพานการผลิต
นั้นก็คือ BMW M5 โดยทางบริษัท BMW ภูมิใจนักหนาว่านี้จะเป็นมาตรฐานใหม่ของ
รถ High Performance Sedan อีกครั้งหลังจากที่ M5 (E39) เคยทำมาแล้ว
M5 ใหม่ ได้รับการถ่ายทอด technology ต่างๆมาจากสนาม F1 ทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด
V10 ขนาด 5,000 cc. 507 แรงม้า ด้วยการหายใจเอง ไม่ได้พึ่งระบบอัดอากาศเหมือนกับคู่แข่ง
รวมไปถึงเกียร์ 7 speed แบบ SMG ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่ติดตั้งเกียร์แบบนี้เข้ากับรถบ้านธรรมดา
(แม้แต่ Super Car อย่าง Ferrari Enzo ยังใช้แค่ 6 speed) เพราะระบบส่งกำลังนี้ทำให้
M5 ใหม่เป็นรถ sedan ที่มีแรงม้าต่อน้ำหนักดีที่สุดในรุ่น

เครื่องยนต์ตัวใหม่ของ M5 ในรหัส MS S65 (ชื่อยังกะระบบ Microsoft) เป็นแบบ
V10 วางทำมุม 90 องศา ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเครื่องตัวเก่าที่อยู่ใน
M5 รุ่นที่แล้วราวดังฟ้ากับเหว (เครื่องของ M5 รหัส E39 ใช้เครื่อง V8) เครื่องตัวนี้มี
Redline อยู่ที่ 8,250 รอบต่อนาที ซึ่งนับว่าสูงมาก เมื่อเทียบกับเครื่องที่มีความจุขนาด
5000 cc. และมีพลังมากกว่าเครื่องตัวที่แล้วถึง 25%
ที่มาของแรงม้าและแรงบิดที่มากมหาศาลนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับระบบต่างๆของเครื่องตัวนี้ไม่ว่าจะเป็น
Double Vanos, Variable Valve Timing, ลูกสูบแต่ละลูกมีลิ้นปีกผีเสื้อแยกกันสูบใครสูบมัน
ควบคุมด้วยระบบ electronic โดยกล่องควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ (ECU) ที่ใช้กับเครื่อง
MS S65 ตัวนี้ทาง BMW กล่าวว่ากล่อง ECU ที่ใช้กับเครื่องตัวนี้เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดที่มีใช้อยู่ในรถยนต์ในปัจจุบัน
(ไม่รู้ว่าโม้รึเปล่า)
ระบบเกียร์ SMG 7 speed แน่นอนตามสมัยนิยม ที่คุณสามารถเลือกที่จะเปลี่ยนเกียร์ที่
คันเกียร์ตรง console หรือว่าจะกระดิกนิ้วหลังพวงมาลัยแทนก็ได้ โดยเกียร์ลูกนี้เปลี่ยนเกียร์เร็วกว่าเกียร์
SMG ลูกที่แล้ว (ที่ใช้อยู่ใน M3 CSL) 25% (ไม่แน่ใจว่าเร็วกว่าการทำงานของเกียร์
SMG ของ Ferrari รึเปล่า) ทำงานสัมพันธ์กับระบบ drive logic ที่มี mode ให้คุณเลือกปรับให้การเปลี่ยนเกียร์สัมพันธ์กับสไตล์ที่คุณขับและสถานการณ์นั้น
ถึง 11 แบบ โดยมีให้เลือก 6 รูปแบบสำหรับใน S Mode (Sequential Mode) และ
5 รูปแบบใน D Mode (Drive Mode เกียร์ทำงานเหมือนเกียร์อัตโนมัติ) เพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพถนนและการขับขี่ที่คุณต้องการ
ด้วยคุณสมบัติทั้งหมดทำให้ M5 ใหม่สามารถ พาตัวเองทะลุ 100 km/h ได้ในเวลาน้อยกว่า
5 วินาที (เร็วกว่า Porsche 997 Carrera 2 ซะอีก) และความเร็วสูงสุดถูกจำกัดตามกฏหมายเยอรมันที่
250 km/h ตามเดิม แต่ถ้าปลดล็อดความเร็วคาดว่าจะสามาถไปได้ถึงระดับ 300 km/h
(เพราะหน้าปัทม์มันมีบอกถึง 205 mph) เร็วระดับ supercar จากอิตาลีเลยทีเดียว

ช่วงล่างของ M5 ได้รับการออกแบบใหม่หมด เพื่อผสมผสานระหว่างความสามารถในการเกาะถนนกับความนุ่มนวล
ช่วงล่างทั้งหมดเป็นอะลูมิเนียม ประกบกับล้อ mag ขนาด 19 นิ้ว ควบคุมโดยระบบ
Variable M Differential Lock ซึ่งคอยควบคุมและเปรียบเทียบแรงขับให้ล้อที่เป็นระบบขับเคลื่อนทั้งสองล้อ
และควบคุมให้แรงทั้งหมดลงสู่ล้อในขณะที่มี traction มากที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในการขับที่รุนแรงที่สุดก็ตาม
ผลที่ได้ก็คือทำให้สามารถเร่งส่งรถออกจากโค้งได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น
นอกจากนี้ระบบ electronic ทั้งหลายแหล่ยังมากันเพียบเช่นเคยตามมาตรฐานรถเยอรมันไม่ว่าจะเป็น
DSC ที่ออกแบบมาสำหรับ M5 ตัวนี้โดยเฉพาะ โดยมีให้เลือก 2 mode ตามความต้องการ,
ระบบ EDC (Electronic Damping Control) ที่สามามรถให้คุณเลือกปรับความแข็งของช่วงล่างได้ถึง
3 แบบ คือ comfort, normal, sport เพื่อให้เหมาะกับการขับแต่ละรูปแบบ จะได้ไม่ต้องนั่งหัวสั่นคลอนอยู่ตลอดเวลา
ระบบเบรกเป็นครั้งแรกที่ BMW ใช้ระบบ caliper เบรก แบบ 2 pot ในรถธรรมดา
(เชื่อหรือไม่ว่า M3 หรือ 645 Ci ยังเป็นแบบ pot เดียว) ซึ่งสามารถหยุดอยู่แน่นอน
โดย caliper brake ทำจาก aluminium ข้อดีของมันก็คือความเบา และช่วงล่างไม่ต้องรับภาระมาก
(เบากว่า caliper ที่เป็น เหล็กหล่อเยอะ)

หน้าตาภายนอกของ M5 ตัว ยroduction car แทบไม่แตกต่างจากตัว concept นัก
(ที่สังเกตุได้ก็มีแค่กระจกมองข้าง) และแน่นอนว่ามันยังคงเหมือน series 5
E60 ที่วิ่งกันอยู่ในบ้านเรา ภายนอกที่ต่างกันก็คือกันชนหน้า กันชนหลังกระจกมองข้างทรงลู่ลม,
ท่อไอเสีย 4 ท่อ, รูระบายความร้อนที่แก้มหน้า, ซุ้มล้อที่สูงขึ้นเพื่อรับล้อขนาด
19” (แต่ไม่โป่งนะ), แล้วก็ล้อ mag ข้อดีของ M5 ที่มันไม่มีโป่งก็คือ วัยรุ่นบ้านเราสามารถเอาแค่
Sticker M5 มาแปะ เจาะรูระบายความร้อนที่แก้มหน้า แล้วติด เหงือกที่มี logo
M5 แค่นี้ก็วิ่งขู่ชาวบ้านที่ไม่ค่อยรู้เรื่องได้แล้ว (ทั้งๆที่รถตัวเองวิ่งหมาไม่เห่าก็เหอะ)
ส่วนภายในนั้นต่างกับ series 5 ตัวธรรมดาอีกบาน โดยยังคงความสะดวกสบายไว้ครบครัน
ไม่ให้เสียชื่อรถจากเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังทรงสปอร์ต console ที่ได้รับการตกแต่งให่
และพวงมาลัยทรงใหม่ โดยเฉพาะระบบ Head Up Display (HUD) ที่แสดงผลบนกระจกบังลมหน้า
(คล้ายของเครื่องบินรบ) ล้วนสำหรับรถตระกูล M โดยเฉพาะ (แต่บ้านเราไม่ค่อยสนใจหรอกครับ
แค่ข้างนอกคล้ายก็ Ok. แล้ว)
กำหนดส่งมอบยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ใครที่สนใจคงยังต้องชะเง้อคอมองต่อไป
Article by NarunLee


Specification
| Cylinder Capacity |
5,000 cc |
| Max. Power |
507 bhp @ 7,750 rpm |
| Max. Torque |
383 lb-ft @ 6,100 rpm |
| Weight/Power Ratio |
101 hp / liter |
| Top Speed |
250 km/h (limited) |
Fast Facts
| แรงสะใจ ที่สำคัญเป็นเกียร์ SMG แบบ 7 speed เหมือนกับที่มีอยู่ในรถ
Formula1 0-100 ไม่ถึง 5 วินาที กับ Topspeed ระดับ 300 แถมเป็นรถที่นั่งสบายแบบนี้ยังต้องการอะไรอีก |
Hit! |
| หน้าตาแถบจะเหมือนกับตัวธรรมดายังกะแกะ ใครไม่สนใจรถ คงไม่รูว่ามันต่างกับตัวธรรมดาที่ไหน
(แต่อาจถูกใจคนนิยมรถแอบแรง) |
Miss |
ไม่ได้กำหนดวันส่งมอบ แถมราคายังไม่ได้เคาะ คาดว่าน่าจะแพงขนลุก
ส่วนบ้านเราจะมีให้เห็นหรือไม่คงต้องรอดูกันต่อไป
|
May Be |
More Pictures







|