New Car: Ferrari 575 Super America
The ultimate Ferrari for the American, too bad it's not very pretty...


Image Copyright - Ferrari


          นี่คือรุ่นส่งท้ายของ Ferrari 575 Maranello ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมเป็นรุ่นใหม่ที่มีรหัสเรียกกันว่า F600 Imola โดยรถรุ่นนี้มีชื่อเรียกว่า Ferrari 575 Super America เปิดตัวให้แก่บุคคลสำคัญและลูกค้าของบริษัทไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนต์ที่ในงานที่ Pepple Beach ในเมืองฟลอริดาสหรัฐอเมริกา แต่ภาพจาก Press พึ่งออกมาเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง

แน่นอนว่า Ferrari 575 Super America ก็คือการเอาเจ้า 575 Maranello ที่เห็นกันในบ้านเรามาหั่นหลังคาที่เป็นเหล็กทิ้งหน้าตาด้านหน้าเหมือนกับ 575 Maranello ยังกะแกะไม่ได้มีการออกแบบใหม่ใดๆทั้งสิ้น (สงสัยจะขี้เกียจออกแบบใหม่ เพราะของเดิมๆก็สวยกว่านางสาวไทยอยู่แล้ว) จุดที่แตกต่างก็คือตรง Pillar C ที่ดูหนามากขึ้น คล้ายๆกับของรุ่นก่อนอย่าง 512 แล้วก็ไม่มีหลังคาเป็นเหล็ก ส่วนตัวผมว่ามันขาดๆเกินๆมากกว่า 575 Maranello โดยเฉพาะไอ้เจ้าหลังคานี่แหละ ยิ่งกว่านี้ตอนที่มันปิดหลังคา หลังคาที่พลิกไปอยู่บนฝากระโปรงท้ายก็จะดูเป็นแอ่งๆ ดูแล้วแปลกๆชอบกล

575 Super America เป็น Ferrari รุ่นแรกที่มีหลังคาแข็งเปิดปิดด้วยไฟฟ้า จุดเด่นก็คือหลังคารถรุ่นนี้เป็นแก้ว หลักการทำงานไม่เหมือนกับของ SLK แต่ว่าจะใช้การหมุนหลังคาทั้งแผ่นขึ้นมา (rotating roof) ไม่ได้พับเป็นสองตอนแบบของยี่ห้ออื่นๆ เจ้าของลิขสิทธ์หลังคาก็คือบริษัทFioravanti ซึ่งนำเสนอหลังคาแบบนี้ครั้งแรกในรถต้นแบบของ Alfa Romeo และได้ไปโดนใจผู้บริหารของ Ferrari เข้าจึงขอซื้อลิขสิทธ์มาใส่ในเจ้า 575 Super America นี่แหละ



อย่าพึ่งคิดว่าระดับ Ferrari จะเอาแค่หลังคากระจกธรรมดามาใส่ เพราะว่าเจ้ากระจกนี้มันมีข้อดีมากกว่ากระจกทั่วไปตรงที่มันสามารถกำหนดความเข้มของสีกระจกได้ถึง 5 ระดับเพื่อให้แสงสามารถผ่านเข้ามาในห้องโดยสารได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ต้องใช้ม่านกรองแสง ไม่ต้องไปติดฟิมล์ และที่สำคัญคือ มันไม่ร้อนเหมือนกับพวกรถหลังคากระจกรุ่นอื่นๆ เจ๋งไหมล่ะ นอกจากนี้ตัวรถยังได้เสริมความแข็งแกร่งโดยหันไปใช้วัสดุพวก carbon-fiber มากขึ้น เพื่อให้ความแข็งแรงของตัวถังยังคงเดิม ไม่แตกต่างระหว่างตอนที่เปิดหลังคาหรือปิดหลังคา

ในเมื่อหน้าตายังไม่ยอมออกแบบใหม่ มีหรือจะไปพัฒนาเครื่องยนต์ให้เมื่อยตุ้ม ยกมาทั้งดุ้นจาก 575 Maranello นี่แหละง่ายดี... เครื่องยนต์เป็นแบบ V12 5748 cc. ปรับปรุงระบบIntake แล้วก็ระบบไอเสียใหม่นิดหน่อยๆ ทำให้ได้แรงม้าเพิ่มขึ้นอีก 25 ตัว มีแรงม้าทั้งหมดเป็น 540 bhp ที่รอบเท่าเดิมคือ 7250 rpm. ส่วนแรงบิดยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 588 Nm ที่ 5250 rpm. ส่งกำลังผ่านเกียร์ Sequential F1 แบบ 6 speed พร้อม paddle shift บนพวงมาลัย



ช่วงล่างเหมือนกับ 575 Maranello ทุกประการ แต่ถ้าเกิดช่วงล่างเดิมๆมันนิ่มไป หรือไม่เกาะพอก็มี HGTC handling pack ซึ่งประกอบไปด้วย ช่วงล่างที่แข็งขึ้น เกาะถนนขึ้น จานเบรกแบบ Carbon Ceramic พร้อม caliper แบบ 6 pots รวมไปถึงท่อไอเสียที่ให้เสียงคำรามได้เสนาะหูยิ่งขึ้น เป็น option ให้เสียตังค์เพิ่มกันเอาเอง

อย่างไรก็ดีทาง Ferrari ไม่ได้บอกอัตราเร่งมาว่าสามารถทำ 0-100 ได้ในกี่วินาที แต่ถ้าเป็น 575 Maranello จะอยู่ที่ประมาณ 4.2 วินาที ซึ่ง 575 Super America ก็คงไม่หนีจากนี้มากนัก ส่วน top speed นั้นเคลมไว้ที่ 320 km/h ซึ่งก็ไม่ได้หน้าตื่นเต้นอะไรมากมายสำหรับ supercar เครื่อง V12 สมัยนี้ เพราะส่วนใหญ่ก็ทำได้ 300 ขึ้นไปกันอยู่แล้ว

Ferrari 575 Super America จะเปิดตัวแก่ประชาชนคนธรรมดาที่ LA และ Detroit Auto Show ช่วงเดือนมกราคมปี 2005 โดยจะผลิตเป็นแบบ limited edition เหมือนกับ 550 Bachetta และเท่าที่ได้ข่าวมาตอนนี้ order ทั้งหมดได้ถูกจองเกือบหมด หรือไม่ก็หมดแล้วนี่แหละ เศรษฐีคนใดที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของคงต้องรีบลองติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่านดู ว่ายังมีโอกาศจะจับจองหรือเปล่า ไม่งั้นคงต้องไปไล่ซื้อต่อจากคนอื่นๆแทน สนนราคาในบ้านเรา 575 Maranello ธรรมดาๆ ทางตัวแทนจำหน่ายตั้งไว้ที่ 27.5 ล้าน Super America เป็นแบบ limited production คงต้องมีแถว 30 ล้าน ซึ่งราคาแค่นี้เศรษฐีไทยไม่เคยกลัวอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะมีเหลือให้สั่งหรือเปล่าต่างหากละครับ


Article by Narun Lee








Specification
Engine V12
Cylinder Capacity 5,748 cc
Max. Power 540 bhp @ 7,250 rpm
Max. Torque 588 Nm @ 5,250 rpm
Weight/Power Ratio -
Transmission FR
Gear Box 6-Speed F1
0-100 -
0-400 -
0-1000 -
100-0 -
Top Speed 320 km/h
Length - mm
Width - mm
Height - mm
Weight - kg


Fast Facts

แรงขึ้นกว่าตัว 575 Maranello หลังคาแก้วเปิดปิดได้ด้วยไฟฟ้า แถมเป็นแก้วที่สามารถเปลี่ยนสีความเข้มได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัส ที่สำคัญที่สุดคือมันเป็น Limited Edition ครับ
Hit!
ผมว่ามันดูขาดๆเกินๆยังไงชอบกล โดยเฉพาะตรงฝากระโปรงหลัง นอกจากนี้ อัตราเร่ง แล้วก็ topspeed ยังธรรมดามากๆสำหรับ supercar สมัยนี้
Miss
ได้ข่าวว่าจองกันไปเกือบหมด หรือหมดแล้วนี่แหละ โอกาสที่จะเห็นในบ้านเราคงน้อยเต็มที แต่ก็ไม่แน่นะขนาด Enzo ยังมีเลย นี่ยังไม่รวม Carrera GT แล้วก็ SLRที่กำลังจะมาถึงอีก ใครจะแน่ใจได้ว่าใน list จองทั้งหมดจะมีหรือไม่มีชื่อคนไทยอยู่ในนั้น...
May Be


More Pictures