|
New
Car: Mitsubishi Lancer Evolution IX
The old 4G63T finally got smarter...

Image Copyright - Mitsubishi Motors
หลังจากที่เห็นหน้าค่าตากันมาสักพัก
แล้วก็เปิดตัวไปในงาน Tokyo Auto Salon ที่ผ่านมา แต่ไม่มีรายละเอียดเป็นภาษาที่อ่านออกเลย
ก็เลยไม่รู้ว่ามันมีอะไรปรับปรุงจาก Evo VIII บ้าง... เผอิญพึ่งไปเจอรายละเอียดที่อ่านออกครับ
เลยเอามาเล่าให้ฟังว่ามันมีอะไรแตกต่างกับตัวก่อนหน้านี้บ้าง สำหรับใครที่รู้แล้วหรือว่าเบื่อก็ลองทนๆอ่านดูอีกทีก็ได้ครับ
เผื่อจะรู้อะไรเพิ่มเติม ส่วนใครที่ยังไม่รู้ว่าไอ้เจ้า Evo IX มันมีอะไรปรับปรุงเพิ่มไปบ้างเราลองไปดูกันเลย....
เริ่มจาดภายนออกกันก่อน... คือหน้าตามันเหมือนกันกับ Evo VIII ยังกะแกะ
จุดแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ทางด้านหลัง ซึ่งมีการใส่ diffuser เข้าไปตามสมัยนิยมเพื่อให้การทรงตัวในช่วงความเร็วสูงดีขึ้น
ส่วนทางด้านหน้าถ้าไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ Evo คงงงว่ามันต่างกับตัวเก่าตรงไหน
จุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดและทาง Mitsubishi โฆษณาว่ามันเอามาจาก WRC ก็คือรูใส่ไฟตัดหมอกเล็กๆสองรูระหว่าง
Intercooler นั่นแหละครับ

นอกนั้นแทบจะเหมือนกับเอา Evo VII ผสม Evo VIII แต่ทาง Mitsubishi ก็ยังโม้อีกแหละว่า
เห็นเหมือนเดิมอย่างงี้จริงๆต่างนะคร้าบ... คือ air damp ที่อยู่ต่ำลงเนี่ย
ทำให้เครื่องยนต์สามารถดูดอากาศเย็นๆได้มากขึ้น นอกจากนี้หากคุณอยู่ในญี่ปุ่นยังสามารถสั่ง
option ที่ให้ขยายช่อง air damp ให้กว้างขึ้น แล้วก็เลือกหางหลังแบบ Gurney
Flap เพื่อเพิ่มความเกาะ และ aerodynamic ที่ดีให้กับ Evo IX ของคุณ
จุดแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือล้อนี่แหละครับ ได้มีการเปลี่ยนหน้าตาล้อ
mag ใหม่ แน่นอนว่าสัมปะทานยังเป็นเจ้าเดิมคือล้อยี่ห้อ เอ็นไก่ (Enkai)
โดยทางเอ็นไก่โฆษณาว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแค่หน้าตานะ แต่ยังเบาขึ้นกว่าล้อเดิมของ
Evo VIII ตั้ง 0.15 kg แหนะ โดยยังเป็นล้อขนาด 17x8JJ เหมือมเดิม ส่วนล้อของ
BBS นั้นเป็น option ให้เสียตังค์เพิ่มเอาเองคร้าบ
มาทางด้านภายในกันบ้าง… แน่นอนว่าตามสไตล์ Evo dash board มันต้องหน้าตาเหมือนกันหมดทุกรุ่น
ทรงเดียวกันนี่แหละใช้ไปสามสี่รุ่น โดยใน Evo IX console หน้าได้รับการตกแต่งไปด้วย
Carbon Fiber เป็นหลัก รวมไปถึง console เกียร์ด้วย (ขอนิดนึงก็ยังเอาเนอะ)
ระบบปรับอากาศก็ยังคงความเชยไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ปุ่มบิดโง่ๆที่ใช้มาตั้งแต่
Evo 7 แล้วนี่แหละ นอกจากนี้ก็มีแป้นคันเร่ง เบรก และ clutch ที่เป็น alloy
เพิ่มความสปอร์ต
เบาะนั่งโดยเจ้าเก่า Recaro อีกแล้ว หน้าตาเบาะกับทรงเบาะเหมือนกับของ Evo
VII และ VIII แต่เปลี่ยนสีไปใช้สีดำ ขอบด้านนอกเป็นหนัง ตรงกลางเบาะเป็น
Alcantara รวมไปถึงที่เท้าแขนด้วย... อ้อ... อีกจุดหนึ่งที่ได้รับการปรับปรุงก็คือเรื่องวัสดุที่ใช้เก็บเสียงครับ
ทาง Mitsubishi โฆษณาว่าได้ใช้วัสดุที่ใช้มีความสามารถในการเก็บเสียงดีขึ้น
ทำให้ห้องโดยสารเงียบสนิทเหมือนกับขับ Lexus ไม่ใช่นึกว่าตูกำลังขับเรือหางยาวอยู่รึเปล่า
(อันนี้ก็เว่อร์ไป)
เครื่องยนต์ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ได้รับการปรับปรุงมากที่สุด หลังจากที่ใช้เครื่องยนต์ที่ไม่มี
technology อะไรดีกว่าชาวบ้านเค้ามานานหลายปี บริษัทอื่นเค้าขับจรวดไปดวงจันทร์กันจนเบื่อแล้ว
แต่ทาง Mitsubishi ยังใช้บั้งไฟกันอยู่ อาศัยความอึด ความถึก ความทนเข้าว่า
แต่ในที่สุด Mitsubishi ก็ตัดสินใจใส่ระบบ valve แปรผันที่ชื่อว่า MIVEC
ลงไปในเครื่องยนต์รหัส 4G63T ของ Evolution ซะที เพื่อเรียกแรงม้าและแรงบิด
รวมถึงเพื่อความประหยัดน้ำมันด้วย โดยทาง Mitsubishi โม้อีกแล้วว่าในรุ่น
GSR ที่มีระบบ Mivec นี่สามาถประหยัดน้ำมันได้สูงถึง 10 กิโลลิตร หลังจากที่เอาไปขับในสนามทดสอบ
(โอ้ว! ประหยัดกว่า Honda Civic เครื่อง 2000 อีก จะจริงจะโม้คงต้องรอดูกันต่อไป)

นอกจากนี้ตัว Turbo ของ GSR ยังใช้ระบบ lengthened diffuser เพื่อสร้างแรงบิดในรอบต่ำและรอบกลางให้มากขึ้น
ทำให้รถมีแรงบิดสูงถึง 400 Nm (40.8 kg-m) ที่รอบต่ำติดดินเพียง 3,000 rpm
และทำให้การตอบสนองดีขึ้นกว่า Evo VIII 5% ตลอดรอบเครื่องยนต์ ส่วนในตัว
RS นั้น compressor wheels ของ turbo จะทำจาก magnesium alloy แทนที่จะเป็น
aluminum alloy ทำให้มี torque มากชึ้นเป็น 407 Nm (41.5 kg-m) ที่ 3,000
rpm ส่วนแรงม้าของทั้ง GSR และ RS ยังคงเท่าเดิมคือ 280 แรงม้า ตามมาตรฐานรถญี่ปุ่น
ซึ่งจะมาให้ใช้ที่ 6,500 rpm
ส่วนอีกรุ่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่ มีรหัสว่า GT ซึ่งเป็นการรวมความสะดวกสบายของ
GSR เข้าไว้ด้วยกันกับ performance ของ RS โดยใช้ turbo และระบบส่งกำลังของตัว
RS ซึ่งเป็นเกียร์แบบ 5 speed close ratio แต่ได้ปรับปรุงเกียร์ห้าให้สามารถใช้ความเร็วสูงๆได้มากขึ้น
เพื่อใช้เดินทางไกลๆ ส่วนความสะดวกสบายภายในนั้นยกของ GSR มาใส่

ระบบเบรกสำหรับรุ่น GT และ GSR ยังเป็นเจ้าเก่าเหมือนเดิม ซึ่งก็คือ Bermbo
ที่ทางด้านหน้าเป็นขนาด 4 Pots ส่วนทางด้านหลังเป็นแบบ 2 Pots หยุดได้แน่นอนสบายหายห่วง
ทำงานร่วมกับระบบ Sport ABS ที่จะคอยประมวลผลมุมของพวงมาลัย ที่ส่งผลต่อมุมล้อและแรง
G ที่ส่งมาจาก Speed Sensor ที่ทำงานแยกอิสระกันในแต่ละล้อทั้งสี่ล้อเพื่อหาแรงเบรกที่เหมาะสมที่สุด
อีกทั้งยังทำงานร่วมกับระบบกระจายแรงเบรก EBD ที่จะกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง
โดยระบบจะเพิ่มแรงเบรกในล้อหลังให้มากขึ้นเมื่อกำลังจะไปจูบตูดรถคันหน้า
และ EBD ยังสามารถลดแรงเบรกในล้อหน้าลงเพื่อลดปัญหาอาการเบรก fade ได้อีกด้วย
(โอ้ว จอร์จมันยอดมาก)
ส่วนของหลังคาใน Evo IX นั้นเป็น aluminum ทั้งแผ่นเหมือนกับที่อยู่ใน Evo
VIII MR ส่งผลให้ RS มีน้ำหนัก 1,320 kg, GT 1,390 kg และสุดท้าย GSR 1,410
kg

ระบบช่วงล่าง ทางด้านหลังได้มีการเปลี่ยน spring ใหม่ ซึ่งทำให้รถเตี้ยลง
และทาง Mitsubishi บอกว่า ทำให้ท้ายรถทรงตัวดีขึ้น โช้คอัพเป็นของ Bilstien
(สำหรับรุ่น GT และ GSR) ที่ได้รับการ tuned มาใหม่ให้เหมาะกับรถมากขึ้น
นอกจากนี้ในรุ่น GSR ยังได้มีการปรับปรุงระบบ Super AYC ให้มีประสิทธิภาพในโค้งดีขึ้น
เพิ่มความหนึบหนับ และลดอาการ understeer ลงเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
(อันนี้ไม่รู้จริงหรือเปล่า)
Option ของ Evo IX นั้นมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น moonroof, หางหลัง
carbon-fiber, ไฟหน้า Projector Blue Xenon, กุญแจ remote พร้อม Immobilizer
และอื่นอีกมากมาย
สุดท้าย Evo IX นั้นมีให้เลือกทั้งหมด 6 สีคือ เทาเงิน, สีดำ, สีน้ำเงิน
(ดูคล้ายๆสีน้ำเงินของ R34 แรดดีชอบๆ), สีเหลือง, สีแดง, แล้วก็สีขาวเป็นสีสุดท้ายครับ...
ราคาจำหน่ายของ Mitsubishi Evolution IX ในประเทศญี่ปุ่นเริ่มต้นที่ 2.94
ล้าน (RS) ไปจนถึง 3.57 ล้าน (GSR)... ตอนนี้ได้ข่าวว่าบ้านเรามีอยู่หนึ่งคันแล้วนา
กำลังทำทั้งคันอยู่ด้วย......เป็นของใครต้องไปสืบเอาเอง ใครบอกว่าคนไทยจน
ฮิๆๆๆ
Article by Narun Lee

Specification
| Engine |
Inline-4 [4G63T] Turbocharged /w MIVEC |
| Cylinder Capacity |
2,000 cc |
| Max. Power |
280 bhp @ 6,500 rpm |
| Max. Torque |
400 / 407 (RS,GT) Nm @ 3,000 rpm |
| Weight/Power Ratio |
- hp/liters |
| Gear Box |
5 / 6-Speed Manual (GSR) |
| Top Speed |
180 km/h (limited) |
| Weight |
1,320 kg (RS) / 1,390 kg (GT) / 1,410 kg (GSR) |
Fast Facts
| ในที่สุดเครื่อง 4G63T ก็มีการพัฒนาให้ฉลาดขึ้น จะได้ตามคนอื่นเค้าทันซักที
(เย้…) ระบบอื่นๆก็ดูเหมือนจะได้รับการเกลาให้สมบูรณ์ขึ้นพอสมควร |
Hit! |
| คราวนี้หน้าตาดูแทบไม่ต่างจากเดิมจริงๆ แบบว่าต่อไปถ้าวิ่งสวนกัน
ผมคงต้องเล็งว่ากันชนหน้ามีรูรึเปล่าวะ ถ้าเห็นรูก็ค่อย อ้อ! Evo IX
นี่นา... |
Miss |
| ไม่รู้ว่าเครื่องใหม่ซึ่งมีระบบ MIVEC จะทำออกมาแรงเหมือนเครื่องเก่ารึเปล่า…
อ้อ แล้วก็ไอ้รุ่น RS นี่ผมควรจะเรียกมันว่ารุ่นแรงหรือว่ารุ่นถูกดีล่ะเนี่ย
option แห้งแล้งเหลือเกิน… |
May Be |
|