|
New
Car: Cadillac STS SAE 100
Now that's what I called "Full Option".

Image Copyright - GM
จะว่าไป นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเอารถยี่ห้อ
Cadillac มาเสนอให้ชมกัน... ส่วนก่อนหน้านี้ เหตุผลที่ไม่มีรถยี่ห้อนี้มาเสนอเลยก็คงเนื่องจากที่มันไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ในบ้านเรา
(และประเทศอื่นๆ ยกเว้นอเมริกา) และเหตุผลที่สองก็คือมันหน้าตาเหมือนกันหมดทุกรุ่นทำให้ไม่ค่อยน่าสนใจซักเท่าไหร่...
แต่แล้วเพราะอะไรผมถึงเอา Cadillac STS คันนี้มาลง ซึ่ง STS ก็ไม่ใช่รุ่นใหม่อะไรมากมายซะด้วย...
STS คันนี้มีอะไรดี ไปชมกันเลยครับ...
แน่นอนว่านี่ต้องไม่ใช่ STS ธรรมดาแน่ ถึงภายนอกอาจจะไม่มีอะไรแตกต่างจาก
STS ทั่วไปนัก แต่นี่คือรถ concept ที่ชื่อว่า Cadillac STS SAE 100 และมันยังได้ชื่อว่าเป็น
“the most technologically integrated vehicle ever” อีกด้วย ซึ่งจับใจความเป็นไทยได้ว่า
เป็นรถที่มีระบบ electronic มากที่สุดในโลก หรือ พูดง่ายๆว่าเป็นรถที่มี
option เยอะที่สุดในโลกนั่นเอง...

เปิดตัวที่งาน SAE ปีนี้ Cadillac STS SAE 100 ถูกผลิตขึ้นมาเนื่องในโอกาศครบรอบ
100 ปีงาน SAE World Congress โดย GM Performance Division Vehicle Development
Center และมี Queen เป็น sponsor (อันนี้ผมไม่แน่ใจว่า Queen ใหน แต่เดาว่าเป็นนักร้องวง
Queen) เพื่อให้นักวิจัยใช้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานร่วมกันของระบบ
electronic ต่างๆรถยนต์ เพื่อที่จะนำไปใช้กับรถยนต์ในอนาคต
ทาง GM ได้ทำงานร่วมกับบริษัทต่างๆถึง 38 บริษัท เพื่อนำระบบ electronic
ทั้งหมด 50 อย่าง ใส่ลงไปใน STS SAE 100 คันนี้... ระบบ electronic ที่ใส่ลงไปมีตั้งแต่เกี่ยวกับ
ระบบความปลอดภัย, chassis, powertrain และ เครื่องอำนวยความสะดวก กับสิ่งบันเทิงต่างๆ...
19 ชิ้น ไม่เคยถูกใช้ที่ไหนมาก่อน, 22 มีใช้บ้างในรถบางรุ่นที่ไม่ใช่ 2005
STS และ 9 นั้นมีให้อยู่แล้วใน STS model ปี 2005
มาดูกันดีกว่า ว่าระบบต่างๆที่มีอยู่ใน STS SAE 100 นั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง

3-D navigation system: อันนี้พิเศษกว่าของคันอื่นตรงที่มันเป็น
3 มิติ และใช้รูปจริงซึ่งเป็นรูปถ่ายจากดาวเทียม เพื่อให้คนขับดูรอบๆตัวแล้ว
เข้าใจแผนที่ได้ง่ายขึ้น
Oil condition sensor: ระบบตรวจเช็คระดับ และอายุการใช้งานของน้ำมันเครื่อง
Inside rear-view mirror with embedded organic LED screen:
กระจกมองหลังแบบเป็นจอ LCD สามารถส่งภาพที่นั่งด้านหลังของรถผ่านกล้องที่อยู่ภายในรถ
หรือ ภาพท้ายรถในขณะที่อยู่เกียร์ถอย ผ่านกล้องที่อยู่ท้ายรถได้
Electronic limited slip differential: ไม่เหมือน LSD
ทั่วๆไป electronic LSD จะช่วยเรื่อง traction ของรถโดยไม่ต้องพึ่งเบรคหรือเครื่องยนต์
และจะช่วยให้รถมีการทรงตัวดีขึ้นจาก differential yaw dampening effect อีกทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับระบบ
stability control ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
Two-piece carbon fiber wheel with magnesium spokes:
อันที่ผมชอบที่สุด นี่คือล้อที่ออกแบบมาเพื่อเป็นล้อที่เบา และแข็งแรงที่สุดในโลก...
ล้อเป็นแบบ 2 ชิ้น รอบนอกทำมาจาก cabon-fiber และ ชิ้นที่เป็นก้านจะทำมาจาก
magnesium… เค้าบอกไว้ว่าล้อนี้จะช่วยลด unsprung weight ซึ่งจะส่งผลให้
เบรคได้ดีขี้น อัตราเร่งดีขึ้น การควบคุมรถดีขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้น
Lane departure warning: ใช้ระบบ real-time vision system
ในการอ่านเครื่องหมายบนพื้นถนน เพื่อเช็คว่าคนขับขับรถทับเส้นแบ่งถนนโดยไม่ตั้งใจรึเปล่า
โดยถ้าคนขับไปทับเส้นแบ่งถนนด้วยความเร็วเกิน 35 mph ระบบจะส่งสัญญานเตือนโดยระบบสั่นในที่นั่งคนขับ

Side blind zone alert: หลายคนอาจเคยมีปัญหากับจุดบอด หรือ
blind spot ของกระจกมองข้าง ในขณะที่กำลังเปลี่ยนเลน ระบบนี้จะใช้ radar
คอยส่งสัญญานเตือน ถ้ามีรถอยู่ใน blind spot ในขณะที่กำลังเปลี่ยนเลน (เดาว่าเมื่อเปิดไฟเลี้ยว)
ระบบนี้น่าจะมีประโยชน์ใน Diablo นะ :p
Capless fuel system: ระบบเปิดปิดที่เติมน้ำมันอัตโนมัติ
เนื่องจากในประเทศที่ไม่มีเด็กปั๊มเหมือนใน ยุโรป และ อเมริกา การที่ต้อง
เปิด-ปิด ฝาถังน้ำมันอาจเป็นเรื่องยากสำหรับคนพิการ, คนแก่ หรือแม้แต่คนขี้ลืมที่ชอบลืมปิดฝาถังน้ำมัน
ระบบนี้ช่วยคุณได้ โดยฝามันจะเปิดเองโดยอัตโนมัติเมื่อกดปุ่ม และปิดเองเมื่อดึงที่เติมน้ำมันออก...
โอ้ว จ๊อด มันยอดมาก...
Adaptive cruise control: ระบบนี้เห็นกันบ้างแล้วในรถใหม่ๆ
โดยรถจะใช้ sensor คอยจับวัตถุที่อยู่ข้างหน้าและ ลดความเร็วของรถลงในกรณีที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้
Reconfigurable color head-up display: อันนี้บางคนอาจเคยเห็นในรถบางรุ่นเช่นกัน
โดย HUD จะฉายแสงไปที่กระจกหน้ารถเพื่อแสดงเป็นข้อมูลต่างๆ (เพื่อความเท่ห์ล้วนๆ)
เช่น ความเร็ว จุดเลี้ยวจาก navigation system, shift light, ข้อมูลของเครื่องเสียง
และ adaptive cruise control alert… HUD ของคันนี้จะตั้งค่าต่างๆได้นิดหน่อย
Rear seat entertainment system: เพื่อความบันเทิงของผู้โดยสาร
รถคันนี้มาพร้อมกับจอ LCD 6.5 นิ้ว 2 จอ หูฟัง infared เครื่องเกม Xbox และ
DVD player รู้สึกว่าเบาะจะสั่นตามเกมด้วยมั้ง
Rear vision camera: กล้องท้ายรถแบบ wide angle ส่งภาพสู่จอ
LCD บนหน้าปัดของคนขับ

รูปร่างภายนอกนั้น STS SAE 100 จะเหมือนกับ STS-V ซึ่งเป็น รุ่น sport ที่กำลังจะออกวางขายปลายปีนี้
จะต่างก็แค่ล้อ ที่รอบนอกเป็น carbon-fiber แล้วก็ไฟหน้ากับไฟตัดหมอก ที่เป็น
LED ทั้งหมด... ส่วนเครื่องยนต์นั้นเป็น supercharged 6.0 ลิตร V8 รหัส LS2
ที่คิดว่าเป็นเครื่องเดียวกับที่จะใช้ใน STS-V เช่นกัน... เครื่อง LS2 มีพละกำลังทั้งหมด
505 แรงม้า ที่ 5,600 rpm และ torque ที่ 520 lb-ft ที่ 3,600 rpm ส่งกำลังผ่านเกียร์
6 speed รุ่นใหม่ของ GM HydraMatic รหัส 6L90E พร้อมปุ่มเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย
Article by Mae


Specification
| Cylinder Capacity |
6,000 cc |
| Max. Power |
505 bhp @ 5,600 rpm |
| Max. Torque |
520 lb-ft @ 3,600 rpm |
| Weight/Power Ratio |
84.2 hp/liter |
Fast Facts
| น่าเอาไปให้ จ๊อด ขายจริงๆ เพราะเรื่อง option นั้นพูดง่ายๆว่าแทบจะ
“ล้น” ออกมาเลยทีเดียว (ไม่เชื่อดูรูปที่ฝากระโปรงหลัง แล้วจะรูว่ามัน
“ล้น” จริง) …ชอบไฟหน้าจัง ขนาดไฟตัดหมอกยังเป็น LED เลย คงจะเป็นแบบ
adaptive ด้วยสินะ... ล้อ carbon-fiber ก็เจ๋ง |
Hit! |
| พอเห็นข้างในฝากระโปรงหลังแล้วอึ้งเลยครับ ยังกะเอาเด็กมหาลัยมาช่วยกันประกอบ...
น่ากลัวช๊อตสุดๆ (ข้างในเครื่อง com บ้านผมยังเรียบร้อยกว่าเลย) อ้อแล้วก็ไอ้
3D navigation นี่ผมว่า ไร้สาระมาก ไอ้รูปถ่ายจากดาวเทียมก็ดีอยู่หรอก
แต่ไม่รู้จะทำ 3 มิติไปทำไม เพราะตามหลักแล้วเราต้องการแผนที่ที่ดูแล้วเข้าใจง่ายๆ
ซึ่งผมว่าแบบ 2 มิติมันเข้าใจง่ายกว่านะ |
Miss |
| ไม่รู้ว่า technology อะไรจะถูกเอามาใช้กับรถใหม่ๆในอนาคตบ้าง
แต่ล้อ carbon-fiber นี่ขอ ณ บัด now เลย ได้มะ แบบว่าชอบมากๆ แล้วก็เคยคิดเล่นๆ
ว่าอยากให้มีอยู่ตั้งนานแล้วด้วย... |
May Be |
More Pictures










|