|
Review: Vertu: Signature
VIP Number 20,000 baht, VERTU 200,000 bath, Exclusiveness
...Priceless

ไม่มีบทความไหนถูกดองมมานานกว่าบทความนี้อีกแล้ว review มือถือ Nokia ที่ขายได้น้อยที่สุดในโลก...
หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Vertu ที่ดองไว้นานไม่ใช่อะไรหรอกครับ... เจ้าของโทรศัพท์ก็เป็นคนใกล้ตัวนี่แหละครับแต่คงใกล้ตัวเกินไปหน่อยเลยโอ้เอ้กันมาจนถึงทุกวันนี้
อีกอย่างคือไม่มีคนเขียน... คนเขียนไปเขียนเรื่องรถหมด... ก็มัน web รถนี่เนอะ
หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อเสียงของมัน ว่ามันเป็นสุดยอดมือถือโ-ตรแพง และคงมีไมีกี่คนที่เคยได้ใช้มัน
คนรวยๆหลายคนยังซื้อไม่ลงเลย ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินซื้อ... แต่เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า
ต้องแบบว่า ไม่รู้จะซื้ออะไรดี ที่อยากได้ก็ซื้อมาหมดแล้ว เอาแบงค์พันมาเผาเล่นแก้หนาวก็แล้ว
เอามาเช็ดตูดก็แล้ว เอาไปบริจากจนเด็กขาดอาหารอ้วนกว่าตูมตามก็แล้ว แบบว่าเงินมันเหลืออออออออ
ถึงจะซื้อลง พูดง่ายๆคือ มือถือเครื่องละ 200,000 – 1000,000 เป็นหนึ่งในของที่ฟุมเฟือยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
(แถมขายต่อแบบพวกเครื่องประดับก็ได้ราคาไม่ดี)

Vertu มี 2 รุ่นคือ Signature (รุ่นแพงสุด) กับ Ascent (ถูกกว่า) ส่วน review
unit เป็นรุ่น Signature ฉะนั้น ในบทความนี้ผมจะพูดถึงแต่รุ่น Signature
นะครับ
เหตุผลที่ทำไห้คนส่วนน้อยซื้อมันมาใช้ก็มีดังนี้: เครื่องทำจาก stainless
steel แต่ถ้าคุณเหลือมากคุณสามารถเลือก ตัวเครื่องเป็น ทอง, ทองคำขาว, และ
platinum ได้ ข้างล่างเป็นวัสดุที่มีให้เลือก (ค่าเงินเป็นของอังกฤษ)
| Platinum |
17,050 (มีคราประทับจาก Swiss Assay) |
| White Gold (Polished / Brushed) |
11,450 / 13,450 (มีคราประทับจาก Swiss Assay) |
| Yellow Gold (Polished / Brushed) |
10,050 (มีคราประทับจาก Swiss Assay) |
| Stainless Steel + Yellow Metal Tip |
5,150 (ขอบปุ่มเป็นสีทอง) |
| Stainless Steel |
4,450 (our review unit) |
| Duo Stainless Steel |
3,700 (สีขาว-ดำ, ฝาแบตเป็น stainless รุ่นอื่นเป็น ceramic) |
นอกจากนี้วัสดุอื่นๆจะประกอบไปด้วยขอบด้านข้างหุ้มหนัง ที่รองปุ่มกดทำจากพลอย
(อะไรซักอย่างไม่แน่ใจ) หน้าปัดทำจาก sapphire crystal ไม่เป็นรอยขีดข่วน
มีทั้งหมด 7 ชิ้น และตรงหูฟังกับฝาครอบแบตทำจาก ceramic สีดำอย่างดีที่ใช้กันในยานอวกาศ
ลำโพงอย่างดี หน้าจอละเอียดพิเศษ (ขาวดำ) และปุ่มกดเรียก premium service
24 ชั่วโมง
อุปกรณ์เสริมก็เหมือนมือถือทั่วไป มี Headset, Global Charger, Data Cable
และ case (ไม่ใช่ case ธรรมดาแต่เป็น Signature Palladium Trimmed Case ...ฟังดูหรูดีใช่มั๊ยครับ)
เอาละ intro กันมามากพอแล้ว มาลองดูกันดีกว่าว่า Vertu Signature จริงๆแล้วเป็นอย่างไร
Exterior

ทุกคนที่เห็น Vertu เป็นครั้งแรกคงต้องพุดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ใหญ่” พอได้ถือก็ต้องพูดอีกว่า
“หนัก” ก็ลองคิดดูสิครับ Vertu ออกมาเป็นปีแล้วไม่มีการ เปลี่ยนแปลงเลย ส่วนมือถือทั่วไปคนเปลื่ยนกันยังกะผ้าอนามัย
ขนาดก็เล็กลงๆๆๆ Vertu ก็เลยดูใหญ่ขึ้นๆๆๆ ส่วนน้ำหนักมันก็ต้องเข้าใจครับ
ก็ดูวัสดุมันแต่ละชิ้นสิครับ ไม่มี แม้แต่วิญญาณ plastic ให้เห็นมันจะเบาได้ยังไง
ของแพงหนักๆก็ดีแล้วครับจะได้ดูมีราคา
หน้าตามันต้องดูนานๆครับ ดูแวบเดียวจะคิดว่าแปลก ดูนานเข้าๆ จะเริ่ม classic
แต่โดยรวมก็นับว่าสวยเลยทีเดียว เท่าทีเห็นผมจะติดใจปุ่มกดที่สุด... คือปุ่มมันจะแข็งๆพอกดแล้วก็มีเสียง
“แป๊ะ” ดังๆเลย คือกดแล้วรู้สึกเลยว่าไม่ใช่มือถือธรรมดา ไอ้หน้าปัดของมันก็จะ
feel คล้ายๆกับหน้าปัดของนาฬิกาแพงๆ คือใส “ปิ๊ง” ไม่มีรอยเพราะทำจาก sapphire
crystal ซึ่งเป็นแร่ที่แข็งมากๆ แต่ส่วนที่เป็น ceramic นั้นเป็นรอยได้แต่ยากและเป็น
ceramic ที่แววมากๆ โดยรวมแล้วได้ feel ประมาณ นาฬิกาแพงๆอะครับ
ขอบโทรศัพท์หุ้มหนัง มีปุ่มอยู่ทั้ง 2 ข้าง ข้างนึงเป็นปรับเสียงเหมือนโทรศัพท์ทั่วไปส่วนอีกข้างเป็นปุ่ม
service ของ Vertu พอคุณกดแล้วจะมีฝรั่งรับสายแล้วถามคุณว่าคุณต้องการอะไร
คล้ายๆ BUG คือขออะไรทำให้หมด
พลิกไปด้านหลังจะเจอกับ ฝาครอบแบต ceramic สีคำ แววยังกะกระจก ที่แปลกก็เห็นจะเป็นที่เปิดฝาแบตตรงส่วนที่เป็น
stainless ซึ่งต้องใช้เหรียญหรือกุญแจเล็กๆที่มากับมือถือไขออก
Interior

พอใช้กุญแจเล็กเปิดฝาแบตออกมาคุณจะเห็นว่าความหรูหราไม่ได้มีแค่ภายนอก แต่มันลุกลามไปถึงข้าง
มีหมายเลขต่างๆเขียนอยู่เต็มไปหมด ไม่ได้ติดอยู่บนสติกเกอร์เหมือนมือถือทั่วไป
แต่ถูกเขียนอยู่บนแผ่น stainless ที่รองแบตอยู่ข้างใน ส่วนที่ถูกใจผมที่สุดก็คืออีกด้านของฝารองแบตจะมีแผ่น
stainless ลายเกล็ดปลาแปะอยู่ เห็นไม๊ครับว่าทุกรายละเอียดมันหรูไปหมด
Hardware

Vertu ยังมีจุดเด่นอีกอย่างคือลำโพง ซึ่งต้องยอมรัยว่าเสียงใสมากๆ ใด้ยินแล้วรู้เลยว่าไม่เหมือนมือถือทั่วไป
แต่ที่แย่คือมีเสียงให้เลือก 10 เสียง แถม load เพิ่มไม่ได้... แต่ก้อย่างว่าครับเสียงที่เค้าให้มาก็ดีแล้วครับ
จะได้แปลกไงครับ ไป load มามันก็ไม่ exclusive นะสิครับ หน้าจอดำ-ขาว (ตัวหนังสือสีขาว)
ค่อนข้างละเอียดถึงจะสู้พวกมือถือรุ่นใหม่ๆไม่ได้ก็เหอะ... เอาน่ามันตั้งหลายปีแล้วนา
Software
เอาล่ะมาดูข้อด้อยของ Vertu กัน ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่า ถ้าคุณคิดจะซื้อ
Vertu คุณคงจะซื้อเพราะความหรูหราของวัสดุและความไม่เหมือนใคร (หรือเพื่อสายตาอันร้อนผ่าวของคนรอบข้าง)
ฉะนั้นถ้าใครคิดว่าจะซื้อ Vertu แล้วดูลูกเล่นละก็ ไม่ต้องคิดเลยครับเพราะผมพุดได้เต็มคำว่า
Vertu “ไม่มีลูกเล่น” มีแค่ feature จำเป็นให้นักธุรกิจ (ที่มีเลขาแล้ว)
ใช้งานได้แค่นั้นเอง โทรศัพท์ที่ลูกเล่นน้อยกว่า Vertu ก็คงมีแค่ โทรศัพท์บ้านกับมือถือรุ่นปู่เท่านั้นแหละครับ
ก็ทางบริษัทเขาบอกว่า Vertu ว่าเป๊น “Luxurious Communication Device” ไม่ใช่
mobile phone ...เอาเข้าไป

พอกดปุ่มเปิดที่อยู่ตรงขอบบนเหมือนมือถือ Nokia ทั่วไป จะมีคำว่า VERTU
โผล่ออกมาก่อน แล้วก็เป็นหน้าจอหลัก ไม่มีลูกเล่นหวือหวาเหมือนโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ
แต่ที่โดนใจก็มีพอทิ้งไว้สักพักแล้วไฟจะค่อยๆดับ ไม่ได้ดับไปเลยเหมือนมือถือทั่วไปนะครับ
แต่จะ "ค่อยๆ" ดับ เห็นแล้วไห้ความรู้สึกหรูมากครับ
 
หลังจากลองกดดูสักพักผมก็สรุปได้ว่ามัน "ไม่มีอะไรเลย"... จริงๆ
...ป่าวขี้เกียจเขียนด้วย ...การที่กดปปุ่มแล้วมันดังแป๊ะๆยังสนุกกว่าเล่น
menu ของ Vertu ซะอีก ...ยังไงก็ตาม ข้างล่างเป็น menu คร่าวๆ ของ Vertu
ครับ
| Main Menu |
Message |
|
|
| |
Call Register |
|
|
| |
Profiles |
|
|
| |
Setting |
Alarm Clock |
|
| |
|
Call Setting |
|
| |
|
Phone Setting |
Language |
| |
|
|
Welcome Note |
| |
|
|
Network Selection |
| |
|
|
Confirm SIM Service Actions |
| |
|
Communication Setting |
|
| |
|
Security Setting |
|
| |
|
Restore Default Setting |
|
| |
Call Divert |
|
|
| |
Agenda |
|
|
จะเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ต่างจาก Nokia รุ่นเก่าๆๆๆๆๆๆๆ เท่าใหร่เลย ไม่เหมือนคนอื่นก็ไอ้ตรงปุ่ม
service ด้านข้างเอาไว้เรียกใช้ให้เสียเงินเล่น (ไม่มีแม้แต่ เกม snake หรือแม้กระทั่ง
เครื่องคิดเลข ...โอ้ว George มันแย่มาก)
 
สรุปว่า ถ้าคุณอยากได้มันและมีกำลังซื้อ อย่าคิดมากซื้อไปเลย ...เพราะถ้าคุณคิด
มันจะมีเหตุผล นับไม่ถ้วนบอกคุณว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า ง่ายๆคือ อยากหรู,
อยากแปลก, มีเงิน, ซื้อเลย ถ้ามัวแต่คิดว่าคุ้มมั๊ย มือถือเครื่องละหลายแสนที่ไม่มีลูกเล่นเลยมันไม่คุ้มแน่ๆครับ
ถ้าจะคุ้มก็คงคุ้มที่ใจ (ความเท่ห์) คิดซะว่ามันเป็นเครื่องประดับที่ขายต่อแล้วราคาตกเหลือครึ่งเดียวก็แล้วกันครับ
...ผมเคยเจอ 2-3 คนที่พอซื้อมาตอบสนองกิเลสแล้วสักพัก พอเบื่อแล้วก็เก็บมันไว้อย่างดีใน
"Signature Palladium Trimmed Case" เสร็จแล้วตัวเองก็ไปซื้อมือถือรุ่นใหม่ๆมาใช้แทน...
ถามว่าทำไม ก็ตอบกลับมาว่า "หนัก"
P.S. ยิ่งถ้าวันนึงคุณทำมันตก ขณะมันกำลังหล่นคุณอาจเห็นภาพ playback เป็น
slow-motion บางทีอาจมีภาพ จากอดีต flashback เข้ามาในหัว ส่วนความรู้สึกหลังจากนั้นคงไม่ต่างจากรถชน
Talk Time 3-6 hours, Standby 100-200 hours
Weight 173 grams, Dimension 42mm x 122mm x 15.5mm
Article By Mae

More Pictures



|