Close Encounter: BMW 645 Ci
The series 6 returns



          BMW (THAILAND) ได้นำ BMW Series 6 รุ่น 645 Ci เข้ามาเปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ผ่านมา และสามารถเรียกความสนใจจากผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก ผมจึงเห็นว่าจะนำ BMW 645 Ci มาเขียนให้อ่านกันครับ ถึงแม้ว่าจะมีหนังสือเล่มอื่นนำเสนอบทความเกี่ยวกับ Series 6 ไปแล้วก็ตาม เพราะบทความส่วนใหญ่ล้วนแปลและนำภาพมาจากเมืองนอกทั้งสิ้น แต่คันในภาพต่อไปนี้เป็นคันจริงที่อยู่ในประเทศไทย และเป็นคนละคันกับในงาน Motorshow ที่พร้อมจะส่งมอบให้กับลูกค้าที่สนใจ ไม่ต้องรอกันเป็นเดือนเหมือนกับรถบางยี่ห้อที่ให้จองไว้ก่อนแต่กว่าจะรับรถก็อีก 4-5 เดือนนั้นแหละ

ก่อนอื่นเลยเพื่อความสบายใจของตัวผมเองและทุกฝ่าย ผมเองต้องขอบอกไว้ ณ.ที่นี้ด้วยว่า บทความที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ล้วนเป็นความเห็นของตัวผมเอง ทาง BMW (Thailand) และบุคคลที่อำนวยความสะดวกในให้กับ ทีมงาน Motortoday ในการทำบทความนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความคิดเห็นหรือคำพูดต่างๆในบทความแต่ประการใด

645 Ci นั้นทาง BMW ต้องการให้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Mercedes SL 500 อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะไม่ว่าจะเป็นทางด้านราคา สมรรถนะ และความสะดวกสบายนั้นต่างอยู่ในระดับเดียวกันทั้งสิ้น ข้อได้เปรียบของ 645 Ci ที่เห็นได้ชัดก็คือความที่เป็นรถรุ่นใหม่พึ่งออกมาสดๆร้อนๆ รวมไปถึงบุคลิกของ Brand BMW เองที่มีความเป็น sport ขับสนุก เหมาะที่จะขับเองมากกว่าที่จะมีคนขับรถ อย่างไรก็ดี Mercedes Benz SL class ก็มีข้อได้เปรียบตรงที่มีเครื่องยนต์หลายขนาดให้เลือกตามทุนทรัพย์ หลังคาที่สามารถทำให้รถเป็นได้ทั้งรถ convertible และ coupe ในเวลาเดียวกัน รวมไปถึงภาพพจน์ของ Benz ที่ครองใจผู้มีอันจะกินในเมืองไทยมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานนั้นเอง



กลับมาที่พระเอกของเราดีกว่า 645 Ci นั้นถึงแม้จะใช้ platform รวมกับ BMW series 5 ใหม่ แต่รูปลักษณ์ภายนอกนั้นแตกต่างกับ Series 5 ใหม่โดยสิ้นเชิง ตามความคิดเห็นของผมมันมุมมองด้านข้างตรงส่วนกระจกหลังไล่ไปจนถึงฝากระโปรงท้ายออกจะคล้าย series 7 มากกว่า Series 5 ใหม่ ซะด้วยซ้ำ เมื่อเห็นแวบแรกคนส่วนใหญ่รวมถึงตัวผมเองจะมีความรู้สึกว่ามันใหญ่ ดูเทอะทะ กว่าคู่แข่งของมันเยอะ อย่างไรก็ดีมันก็จะทำให้คุณมีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้จุดประสงค์ในการออกแบบ Series 6 ก็คือต้องการให้มันเป็นรถประเภท GT (Grand Touring) ที่สามารถใช้งานได้ทุกวันและยังสามารถขับข้ามประเทศได้ โดยไม่เหนื่อย ต่างกับรถบางยีห้อที่ออกแนว sport จ๋า ดูสวยสะดุดตา แต่ว่าขับไปเที่ยวแต่ละทีเหนื่อยแทบสลบ

Exterior



ถึงแม้ว่าจะดูใหญ่ และพาลทำให้คนส่วนใหญ่คิดว่าน้ำหนักจะมาก แต่ว่าในความเป็นจริงโครงสร้างส่วนใหญ่ของ 645 Ci นั้น ตัวถังครึ่งหน้าใช้ aluminium เป็นหลักรวมไปถึงฝากระโปรงหน้า นอกจากนี้แก้มหน้าทั้งสองฝั่ง กันชนหน้าและหลัง ยังใช้วัสดุประเภทพลาสติกที่มีความทนทานและให้ตัวได้มาก แต่เบากว่าเหล็กหรือ aluminium เยอะ เพื่อควบคุมไม่ให้น้ำหนักมากเกินไปจนความสนุกในการขับขี่หายไปหมด โดยเมื่อรวมน้ำหนักรถทั้งคันแล้วอยู่ที่ 1.6 ตันนิดๆ ไม่ต่างจาก M3 เท่าไร (M3 อยู่ที่ราวๆ1.5 ตัน) และเบากว่า SL 500 คู่แข่งคนสำคัญอยู่ 200 kg. โดยประมาณ



ไฟหน้าได้รับการออกแบบใหม่สำหรับ Series 6 โดยเฉพาะ เป็น Bi-Xenon สว่างหายห่วง มีระบบที่ฉีกน้ำล้างไฟหน้ามาให้ตามมาตรฐาน พร้อมทั้งระบบ Adaptive Headlight ที่จะหันไฟหน้าตามพวงมาลัย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยเวลาเลี้ยว รวมถึงระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ กันชนหน้ามีไฟตัดหมอกฝั่งอยู่ในกันชน โดยส่วนตัวผมเอง มองว่ากันชนหน้าของ645 Ci คล้ายๆกับ กันชนหน้าของ Series 3 Coupe ตัว Face-Lift


645 Ci นั้นให้ล้อ mag ขนาด 18 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐานมาจากโรงงาน สวยดูดีไม่ต้องหาเรื่องไปเปลี่ยนให้เสียตังค์ มีขนาดความกว้างของล้อ 8 นิ้ว สำหรับล้อคู่หน้า และ ขนาด 9 นิ้วสำหรับล้อคู่หลัง พร้อมกับยางของ Bridgestone ขนาด 245/45 R18 ทางด้านหน้า และ 275/40R18 ทางด้านหลัง โดยยางเป็นแบบ Run Flat Tyres ซึ่งทำให้คุณสามารถวิ่งต่อไปได้ ราวๆ 100 กิโลกว่าๆ แม้ว่ายางจะแบน ทำให้ยางอะไหล่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากรถลากหรือลงมาเปลี่ยนยางกลางแดดอันแสนร้อน ให้เสียมาดผู้บริหารแต่อย่างใด ข้อเสียเพียงประการเดียวของยางชนิดนี้ก็คือ…….แพงครับ

ไฟเบรกและไฟท้ายของ 645 Ci นั้นเป็นแบบ LED ตามสมัยนิยมซึ่งรถราคาแพงสมัยนี้ต้องมี ไม่มีเดี๋ยวตกยุค ข้อดีของหลอดไฟแบบ LED ก็คือให้การตอบสนองรวดเร็วกว่าและความสว่างกว่าหลอดไฟแบบธรรมดา นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับระบบ DBC (Dynamic Brake Control) หรือระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความสว่างไฟเบรก ช่วยให้รถคันหลังสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว เวลาคุณเหยียบเบรกอย่างกะทันหัน กันชนหลังเป็นวัสดุชนิดเดียวกันกับกันชนด้านหน้า ได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับด้านท้ายพร้อมกับท่อเสียแบบโครเมียมแยกออกคนละฝั่งตามสไตล์รถเครื่อง V


Engine




645 Ci ใช้เครื่องยนต์ V8 สูบ 32 วาวล์ ขนาด 4398 ซีซี ซึ่งเป็นเครื่องตัวเดียวกับ 545 i พร้อมด้วยระบบ Valvetronic ที่คอยควบคุมระยะเวลาในการเปิดปิดน้ำมันผ่านทางท่อนำส่งได้อย่างไร้ข้อผิดพลาด และระบบ Double Vanos สามารถสร้างแรงม้าออกมาได้ทั้งหมด 333 แรงม้าที่ 6,100 รอบต่อนาที (มากกว่า SL 500 ที่มี 306 แรงม้า) และแรงบิดมหาศาลถึง 450 นิวตันเมตร ที่ รอบต่ำเพียง 3,600 รอบต่อนาที พร้อมด้วยระบบเกียร์ SMG 6 Speed ทำให้รถคันนี้ทำเวลา 0-100 kph ในเวลา 5.8 วินาที และด้วยแรงบิดมหาศาลช่วยให้คุณสามารถควบคุม และขับรถคันนี้ได้อย่างสบาย แม้ว่าจะอยู่ในเมือง โดยมีความเร็วสูงสุดถูกจำกัดอยู่ที่ 250 km/h ตามที่กฎหมาย Germany แต่ต้องลองสอบถามทาง ผู้แทนจำหน่ายดูว่ารถที่นำเข้ามาขายในเมืองไทยจะถูกจำกัดความเร็วด้วยหรือไม่

ระบบความปลอดภัยและระบบ electronic ที่ช่วยในการขับขี่มีมาให้ทุกอย่างเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งพอจะนึกออก ไม่ว่าจะเป็น ระบบลดอาการโคลงของตัวรถ (Dynamic Drive) ที่ช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลในสภาพที่ถนนเป็นหลุมเหมือนกับโลกพระจันทร์ และคอยควบคุมรถขณะเข้าโค้ง ด้วยแรงกดจากไฮดรอลิค เสถียรภาพของแรงกดบนล้อแต่ละข้างสามารถแปรผันแตกต่างกันไปได้ในแต่ละเวลา และส่งผ่านคำสั่งไปยังเชสซีให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและว่องไว ขจัดปัญหาการส่ายหรือปัดของตัวรถได้เป็นอย่างดี, ระบบรักษาเสถียรภาพ (Dynamic Stability Control = DSC), ระบบควบคุมเสถียรภาพอัตโนมัติ (ASC+T) ป้องกันแรงบิดแต่ละล้อไม่เท่ากัน, ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC), ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกอัตโนมัติ เวลามีการเบรกอย่างฉุกเฉิน (Dynamic Brake Control), และทีขาดไม่ได้ก็คือ ABS



ระบบ electronic เหล่านี้ ช่วยให้ป้องกันอุบัติเหตุและทำให้คุณสามารถขับรถคันนี้ได้อย่างสบาย ไม่เหนื่อยเหมือนกับพวกรถ sport จากอิตาลีรุ่นก่อนๆ อย่างไรก็ดีหากคุณต้องการให้ 645 Ci ตอบสนองอย่างรวดเร็วกว่าธรรมดาและต้องการแสดงฝีมือของคุณในการควบคุมรถ คุณก็เพียงกดปุ่ม sport ที่ข้างคันเกียร์ และปิด DSC ระบบจะถูกปรับให้มีการสั่งเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วขึ้น ตอบสนองต่อคันเร่งเร็วขึ้นและทำให้รถมีอาการ oversteer พูดง่ายๆภาษาวัยรุ่นก็คือ หากคุณปิดระบบ DSC คุณก็สามารถออกล้อฟรีและทำเสียงเอี้ยดอ้าดได้เวลาเข้าโค้งได้นั้นแหละครับ ดังนั้นคุณก็จำเป็นที่จะต้องใช้ฝีมือและสมาธิในการควบคุมรถมากขึ้น

Interior



อุปกรณ์ตกแต่งหลักๆภายใน 645 Ci นั้นส่วนใหญ่ใช้หนังไม่ว่าจะเป็น console หน้า,กลาง พวงมาลัย แผงประตู และเบาะนั่งทั้งทางด้านหน้าและด้านหลัง ซึ่งทางลูกค้าสามารถเลือกโทนสีภายในรถได้ตามต้องการ โดยในคันนี้ใช้โทนการตกแต่งสีดำเป็นหลัก เบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบ Bucket Seat ปรับด้วยไฟฟ้าพร้อม memory กระชับ แต่ไม่อึดอัดคนตัวใหญ่สามารถนั่งได้สบายๆ เนื่องจากตัวเบาะมีขนาดใหญ่ ทำให้นั่งสบายเหมาะแก่การขับเดินทางไกลๆตามสไตล์รถ GT เท่าที่ลองนั่งดูเบาะของ 645 Ci นั้นนั่งสบายกว่าเบาะของ M3 เยอะ นอกจากนี้ตัวเบาะนั่งคู่หน้ายังมี พนักหนุนหลังส่วนล่างทีปรับด้วยไฟฟ้า (Lumbar Support) ป้องกันอาการเมื่อยเวลาเดินทางไกลๆ ทางที่นั่งด้านหลังเป็นแบบ Bucket Seat มีขนาดกว้างขว้างพอสมควร โดยมี 2 ที่ของใครของมันนั่งสบายมากเมื่อเทียบกับรถ 2 ประตูส่วนใหญ่ในตลาดที่แทบจะหาที่นั่งไม่ได้เลย



Console หน้า ได้รับการออกแบบมาสำหรับ 645 Ci โดยเฉพาะ หน้าปัทม์เป็นวงกลมขนาดใหญ่ 2 วง ทางด้านซ้ายแสดงความเร็วได้ถึง 260 และสามารถไปถึงความเร็วขนาดนั้นได้จริง ส่วนทางด้านขวาก็เป็นวัดรอบ เพิ่มความสวยงามด้วยการเพิ่มขอบโครเมียม พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ระบบ Multi Function โดยปุ่มทางด้านขวาบนพวงมาลัยใช้ควบคุมเครื่องเสียง และทางด้านซ้ายใช้ควบคุมระบบ โทรศัพท์ และระบบ Voice Recognition (ระบบการสั่งงานด้วยเสียง) มีระบบพวงมาลัยผันแปรตามความเร็ว (Servotronic) พร้อมด้วยแป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) ของระบบเกียร์ SMG (Sequential Manual Gearbox) ทางด้านหลังของพวงมาลัย



ข้อแตกต่างประการสำคัญของแป้นเปลี่ยนเกียร์ใน 645 Ci ที่แตกต่างจากเกียร์ SMG ใน M3 ก็คือแป้นเปลี่ยนเกียร์ของ 645 Ci จะไม่ได้แยกว่า เพิ่มเกียร์อยู่ทางขวาและลดเกียร์อยู่ทางซ้ายเหมือนใน M3 แต่คุณสามารถเพิ่มเกียร์และลดเกียร์ได้ทั้งสองฝั่งของแป้นเกียร์ คือหากคุณต้องการเพิ่มเกียร์คุณก็เพียงดึงแป้นเกียร์เข้าหาตัวเอง และหากคุณต้องการลดเกียร์ก็กดแป้นเกียร์ลง

เหตุผลที่ทาง BMW เปลี่ยนรูปแบบของการเปลี่ยนเกียร์จากรูปแบบที่ M3 ใช้อยู่ คือเพิ่มเกียร์ด้านขวา และลดเกียร์ทางซ้าย มาเป็นแบบที่ใช้ใน Series 645 Ci ก็เพราะว่าเวลาคุณหักพวงมาลัยตอนเลี้ยวหรือเข้าโค้ง หากเป็นแบบที่ M3 ใช้อยู่จะทำให้สับสนและต้องละมือจากพวงมาลัยมาใช้คันเกียร์ที่ console กลางแทน แต่ถ้าหากเป็นแบบใหม่ที่ใช้อยู่ใน 645 Ci แล้วคุณก็ไม่ต้องห่วงว่าจะ Shift เกียร์ผิดและต้องละมือจากพวงมาลัยมาใช้คันเกียร์ที่ console กลาง เนื่องจากคุณสามารถ Shift เกียร์ได้จากทั้งสองฝั่งของแป้นเปลี่ยนเกียร์นั้นเองครับ



จุดเด่นที่สุดภายในห้องโดยสารของ 645Ci ก็คือระบบ iDrive 2 พร้อมด้วยจอแสดงผลขนาด 6.5 นิ้ว แต่ไม่เหมือนกับที่อยู่ใน Series 7 ตัวแรกนะครับ โดย iDrive 2 ที่อยู่ใน 645 Ci กับ Series 5 ตัวใหม่ นั้นทาง BMW ได้ปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้น เนื่องจากมีเสียงบ่นจากลูกค้าว่า iDrive ที่อยู่ใน Series 7 ใช้งานยากเหลือเกิน เรื่องที่จะให้คนขับรถใช้ได้ นั้นแทบจะลืมไปได้เลย
จุดหลักๆที่จะสามารถแยกแยะระหว่าง iDrive กับ iDrive 2 นั้นก็คือ ปุ่ม Menu ที่ได้เพิ่มเข้ามา เพื่อเวลาที่คุณต้องการกลับเข้าสู่หน้าจอหลัก หลังจากที่คุณตั้งค่าต่างๆ เสร็จแล้ว คุณก็เพียงกดปุ่ม Menu ทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่หน้าจอหลักทันที ไม่ต้องไปหลงหาทางออกไม่เจอ กลับสู่หน้าจอแรกไม่ได้เหมือนใน iDrive ตัวแรก

นอกจากนี้ความแตกต่างประการสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ หน้าจอหลักของ iDrive ตัวนี้จะมีลูกศรให้เลือกแค่ 4 ทิศทาง ประกอบไปด้วย Board Information , Air Distribution เพื่อให้เลือกว่า air จะกระจายทางไหน , วิทยุ , Comunication แทนที่จะเป็น 8 ทิศทางเหมือนในตัวก่อน ทำให้ดูแล้วไม่ตาลายใช้งานง่ายขึ้นเยอะ เมื่อได้ทดลองใช้ดู ความรู้สึกส่วนตัวก็ยังรู้สึกว่ามันซับซ้อนต้องใช้เวลากว่าจะเข้าใจและใช้งานได้คล่อง แต่ก็สะดวกและทำความเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็วกว่า iDrive ตัวก่อนเยอะ

Console ตรงกลางเป็นที่อยู่ของ เกียร์ระบบ SMG 2 ที่ไม่ใช่เกียร์ auto แต่เป็นเกียร์ manual ที่ใช้ระยย electronic ในการควบคุม clutch แทนที่จะใช้ขาซ้ายคุณในการเหยียบ พร้อมด้วยปุ่ม Sport อยู่ข้าง กันกับ ปุ่ม iDrive ถัดมาเป็นที่วางแขนพร้อมด้วย ที่ต่อโทรศัพท์ข้างใน

ระบบอำนวยความสะดวกนั้นไม่ต้องห่วงมีมาให้เพียบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเครื่องเสียงแบบ สเตอริโอ Hi-Fi แบบ Logic 7 พร้อม CD-Changer 6 แผ่นทางด้านหน้า นอกจากนี้ยังมีลำโพงและ Sub-Woofer รวมทั้งหมด 10 ตัว หากใช้ฟังแบบคนทั่วไปไม่ได้เอาไปเปิด show ในงานวัด แค่นี้ถือว่าเพียงพอแล้ว ระบบโทรศัพท์แบบ Bluetooth, ระบบการสั่งงานต่างๆด้วยเสียง แต่สิ่งที่ถูกใจผมเป็นที่สุดเห็นจะเป็นที่วางแก้วน้ำ ที่รถราคาแพงหลายยี่ห้อมักจะลืมให้มา ส่วนที่ขาดไปเห็นจะเป็น sun-roof ที่บ้านเราแทบจะไม่ได้ใช้ ส่วนตัวผมเองก็เห็นว่าไม่มีก็ไม่เสียหาย เพราะปัจจุบันไม่มี sun-roof ก็ร้อนตับแลบอยู่แล้ว รองเปิด sun-roof อีกรับรองกลายเป็นหมูแดดเดียว นอกจากนี้หากคุณจอดตากแดดนานๆ ยาง sun-roof ก็ต้องไปเปลี่ยนอีกเพราะเสื่อมสภาพ เสียตังค์อีกหนึ่งต่อ ทางด้านระบบความปลอดภัย Airbags มีมาให้ทั้งคัน เต็มไปหมดทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ตาม Pillar ปลอดภัยหายห่วง

สรุป



645 Ci ยังคงเป็นรถที่เต็มไปด้วยบุคลิกของ BMW อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ภายนอก ความสะดวกสบาย ความทันสมัย และ performance
ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็น BMW ได้อย่างชัดเจน คือเป็นรถที่มีความเป็น sport อยู่ในตัว ทางด้านสมรรถนะนั้นถือว่ายอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับน้ำหนัก ขนาดตัว และความที่เป็นรถประเภท 2+2 ที่นั่ง ที่สามารถขับไปทำงาน ขับไปต่างจังหวัด หรือขับพาสาวๆ ไป shopping ตัว 645 Ci สามารถตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้อย่างครบถ้วนครับ พูดง่ายๆก็คือสามารถขับได้ทุกวันนั้นเอง

จุดอ่อนของมันเห็นจะเป็น รูปร่างที่ดูคล้าย series 7 2ประตู ดูตัวใหญ่และเทอะทะ เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง SL-Class ทั้งๆที่ 645 Ci มีสมรรถนะดีกว่า นอกจากนี้ราคา ที่สูงถึง 12 ล้านบาท เมื่อเจอกำแพงภาษีมหาโหด ทำให้ 645 Ci มีคู่แข่งมากมายในตลาด หากให้นับเฉพาะรถใหม่ เท่าที่เห็นก็มี SL-Class ของ Benz กับค่าตัว 12.5 ล้านบาท , Porche 911 Carrera กับค่าตัวที่ขึ้นอยู่กับค่าเงินยูโร ที่อยู่ราว 11 ล้านบาทบวกๆ, Maserati GT Coupe ที่ค่าตัวก็อยู่ราวๆ 10 ล้านบวกๆ เช่นกัน

อย่างไรก็ดี จุดเด่นที่ 645 Ci เหนือกว่าคู่แข่งทั้งหมดข้างต้นก็คือ ความสด+ใหม่ ระบบอำนวยความสะดวกต่างๆที่มีให้เยอะมากถึงมากที่สุด และความที่เป็นรถที่มีที่นั่งข้างหลังสะดวกสบายกว่าทุกตัวที่กล่าวมา

ราคา 12 ล้านบาทคงไม่สามารถตอบได้หรอกครับว่าคุ้มค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวมากกว่า ว่าชอบ Brand ไหน แล้วแต่รสนิยมของแต่ละคนว่าดูแล้วสวยหรือไม่สวย เพราะแต่ละคันต่างก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ถามตัวคุณเองเถอะครับ แต่ถ้าสมมติว่าผมมีตังค์ ทั้งๆที่ไม่อยากให้เป็นเรื่องสมมติก็เหอะ 645 Ci จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากตัวหนึ่งเลยที่เดียวเพราะมันให้ทุกอย่างที่รถคันหนึ่งให้ได้ครับ อีกอย่าง สาวๆไทยขอให้เป็น BMW เหอะชอบนัก ยิ่งเป็น BMW sport ยิ่งชอบใหญ่เลย แล้วเจอกันครั้งหน้าครับ สวัสดี

ขอขอบคุณ Autohaus Bavaria ที่เอื้อเฟื้อ BMW 645 Ci ในการถ่ายภาพ
ขอขอบคุณ คุณ อนุวัช อินทรภูวศักดิ์ และคุณกันยเมธ กาญจนารัณย์ ที่อำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลในครั้งนี้

สนใจ BMW 645 Ci ติดต่อ คุณ อนุวัช 01-626-2929


Article By Narun Lee






Specification
Engine DOHC 32-Valve Aluminium 90° V8
Cylinder Capacity 4,398 cc
Max. Power 325 bhp @ 6100 rpm
Max. Torque 330 lb-ft @ 3600 rpm
Weight/Power Ratio -
Transmission FR
Gear Box 6-Speed SMG
0-100 5.6 sec
0-400 - sec
0-1000 - sec
100-0 - sec
Top Speed 250 km/h
Length 4,820 mm
Width 1,855 mm
Height 1,373 mm
Weight 1,690 kg

More Pictures