|
Feature
Event: Skill Driving
Learn from the best
หากจะถามว่าใครขับรถได้บ้างเพื่อนๆทุกคน
คงตอบเหมือนกันหมดซึ่งก็คือขับได้ ถ้าถามว่าใครขับรถได้ดีและขับรถได้อย่างถูกวิธีนี่สิ
จะมีใครกล้าบอกได้เต็มปากเต็มคำว่าผมนี่แหละผ่านคุณสมบัติทุกข้อ ยิ่งโดยเฉพาะการขับรถให้ได้เต็มสรรถนะ
และเต็มประสิทธิภาพ ทั้งรถและคนขับนี่ยิ่งแล้วใหญ่ วันนี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์
คุณณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ นักแข่งชั้นแนวหน้าของเมืองไทย หลังจากที่เคยถามหลายทีแล้วว่าเมื่อไรจะสอนขับรถแข่งสักที
ทำยังไงถึงจะขับรถแข่งได้อย่างพี่บ้าง หลังจากที่คุณณัฐวุฒิปฏิเสธที่จะสอนมาหลายที
คราวนี้หนีทีมงาน MotorToday ไม่พ้น (เพราะทนความตื้อของทีมงานเราไม่ไหว)
ทาง MotorToday จึงได้มีโครงการที่จะให้คุณณัฐวุฒิ เปิด course สอนการขับรถแข่งแบบ
by order (คุณขอมาเราจัดให้ อยากให้สอนอะไรขอให้บอก) ไปดูกันว่า course นี้มันน่าสนใจอย่างและแตกต่างจาก
course สอนขับรถแข่งทั่วไปอย่างไรครับ

MT: อยากจะถามว่าทำไมในที่สุดถึงใจอ่อนยอมมาสอนครับเนี่ย?
พี่วุฒิ: เพราะพี่ พวกเราถามกันเหลือเกินว่าเมื่อไรจะสอนขับรถแข่งสักที เห็นตื้อกันนาน
เลยในที่สุดก็ตัดสินใจว่าเอาว่ะ สอนก็สอน อยากให้สอนนักก็จะมาสอนให้ว่าขับรถให้ถูก
ขับให้ได้เต็ม performance ทั้งคนและรถ ขับกันอย่างไร
MT: แล้วจุดประสงค์ในการสอนล่ะครับ
พี่วุฒิ: พี่มาสอนตรงนี้ไม่ได้ต้องการเงิน หรือกำไรอะไรเลย เพราะปกติก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างอยู่แล้ว
(ตระเวนแข่งรถทั้งปี) แต่พี่ต้องการมาถ่ายทอดประสบการณ์กว่า 20 ปีในการแข่งรถให้กับรุ่นน้องและคนอื่นที่อยากรู้ว่าการขับรถแข่งที่ถูกต้องมันเป็นอย่างไร
โดยสอนเพื่อที่จะให้ทุกคนขับรถอะไรก็ได้ และสามารถขับได้เต็ม performance
ของรถรุ่นนั้น พูดง่ายๆก็คือสามารถปรับตัวให้เข้ากับรถได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขับหน้า
ขับหลัง หรือขับสี่ เมื่อคุณกระโดดจากคันหนึ่งไปอีกคันหนึ่งคุณก็ขับได้ ไม่ใช่บอกว่าผมขับไม่ได้ครับพี่
MT: แล้ว course ที่จะสอนมีอะไรบ้างครับ
พี่วุฒิ: พี่จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับครับ โดยแบ่งดังนี้
1. Beginner สำหรับคนที่หัดขับรถ คือขับไม่คล่องเป็นแค่เหยียบคันเร่งกับเบรกถึง
ก็มาเรียนได้แล้ว ส่วนใหญ่ course จะสอนขับรถให้เป็น ให้ดี แล้วก็สอนกฎจราจรให้ด้วย
คล้ายๆกับการเรียนสอนขับรถนั้นแหละ
2. Normal คือสำหรับคนที่ขับรถเป็นแล้ว สามารถขับรถไปไหนมาไหนได้
อยากจะขับรถให้ดีขึ้น smooth ขึ้น อยากจะแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันที่เกิดบนท้องถนนได้
เราก็สอนให้ นอกจากนี้ยังสอนวิธีการดูแลรักษารถที่ถูกต้อง เพื่อให้รถตัวเองพร้อมที่จะใช้อยู่เสมอ
3. Advance ที่น่าสนใจมันอยู่ตรงนี้แหละ คือ course นี้สำหรับคนที่ชอบซิ่ง
พูดกันง่ายๆก็คือพวกที่ชอบแข่งกันบนถนน แล้วอยากเรียยรู้วิธีการควบคุมรถที่ถูกต้อง
ตามstyle ที่ตัวเองชอบหรือสนใจ อยากจะรู้ว่ารถที่ตัวเองขับ set ถูกต้องไหม
ลมยางเท่าไร เดี๋ยวจะสอนให้โดยไปสอนในสนามแข่งนะ คือปิดสนามให้เลย จัดกลุ่มกันมา
แล้วมาบอกว่าอยากไปขับที่ไหน อยากเรียนอะไร drift ไหม? Gymkhana ใช่ไหม?
อยากรู้ว่าโค้งอย่างนี้เข้าอย่างไร ทำอย่างไรรถถึงจะเกาะขึ้น? ผ้าเบรก fade
แล้วจะแข่งต่ออย่างไร? อยากรู้อะไรบอกมา มาเรียน course นี้แล้วมาบอกพี่ว่าอยากเรียนอะไร
แล้วเดี๋ยวจะสอนให้ พูดง่ายๆก็คือประเภท by demand แล้วแต่พวกน้องๆนั้นแหละ
4. Pro คือสำหรับพวกที่จะเรียนเพื่อจะเป็นนักแข่งทางเรียบ
ไปแข่งใน circuit แล้ว เรียนเพื่อเตรียมพื้นฐาน เพื่อไปเป็นนักแข่งทางเรียบในอนาคต
หลายละเอียดสำหรับ course นี้มันเยอะ อยากน้อยคุณต้องมีชุดแข่ง มีรถแข่ง
มีหมวก และพร้อมที่จะเอารถไปแข่งได้แล้ว

MT: แล้วจะเลือกแต่ละ course อย่างไรครับ?
พี่วุฒิ: แต่ละกลุ่มก็ formทีมกันมา อยากเรียน course ไหน ระดับใดก็ตกลงกันแล้วก็เลือกมาได้เลย
ว่าพี่ พวกผมอยากเรียน course advance นะ ก็เอาอยากเรียน advance ก็จะสอนให้แล้วก็เลือกมาว่า
อยากไปเรียนสนามไหน วันไหน ถ้าคุณว่าง ผมว่างก็ไปเรียนกัน แล้วค่อยตกลงว่าอยากจะเรียนอะไรใน
course นั้น drift หรือว่า อ่านไลน์โค้ง แล้วแต่อยากจะเลือกตามใจพวกคุณ
MT: แล้วที่บอกว่าให้ formทีม กันมาต้องมีสักกี่คนครับ?
พี่วุฒิ: พี่จะรับแต่ละกลุ่มไม่เกิน 15 คน คือไม่เกินจากนี้ เพราะว่าจะเป็นการสอนแบบตัวต่อตัว
แต่ถ้าคุณตกลงว่า พี่ผมอยากเรียน แค่ 8 คน แล้วคุณสามารถรับค่าใช้จ่ายในการเช่าสนามทั้งวันที่หารต่อหัวแล้วสูงขึ้นได้ก็
ok. พี่ก็สอนให้ ไม่มีปัญหา
MT: นี่คือเรียนหนึ่งวันเต็มๆ เลยใช่ไหมครับ
พี่วุฒิ: ใช่เรียน 1 วันเต็มๆ คือพี่ก็จะเช่าสนามให้ทั้งวัน แล้วก็จะมีอาหาร
กลางวันให้ นอกจากนั้น ก็จะมีหมวก เสื้อ และ certificate ที่แสดงให้เห็นว่าผ่านการอบรม
การเรียน Skill Driving จากพี่ คือมีหลักฐานยืนยัน เหมือนกับคุณไปเรียนขับรถในเมืองนอกนั้นแหละ
ไม่ใช่เอาไปพูดกันว่าเรียนมาแล้วแต่ไม่มีอะไรแสดงให้เห็น ดังนั้นพวกคุณอาจจะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อน
เพื่อที่พี่จะได้เตรียมอุปกรณ์การเรียนการสอน และเตรียม ทำเสื้อ รวมถึงหมวกและใบ
certificate ไว้ให้
MT: แล้วคนที่เรียนทุกคนจะได้ใบ certificate รึเปล่าครับ
พี่วุฒิ: ไม่ใช่สิ ทุกคันที่เรียนไม่ได้หมายความว่าจะได้ใบ certificate ทุกคน
เพราะเมื่อเรียนแล้วก็จะมีการทดสอบว่าคุณมีความสามารถ ตามที่ตั้งไว้หรือไม่
ดังนั้นถ้าสอบไม่ผ่านก็ไม่ได้ใบ certificate
MT: แล้วรถล่ะครับ ต้องนำไปเองหรือใช้รถที่พี่เตรียมไว้ให้
พี่วุฒิ: นำรถของตัวเองไปสิ เพราะถึงแม้ว่าพี่จะขอรถกลางไว้ให้จำนวนหนึ่ง
แต่เมื่อเรียนแล้ว เอารถไปวิ่งช่วงตอนท้ายๆของการเรียน ก็ต้องใช้ รถของตัวเอง
และทุกคนก็คงอยากจะรู้ว่ารถของตัวเองเวลาใช้เต็ม performance แล้วมันเป็นอย่างไร
ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน เราสามารถขับรถของตัวเองให้เราขึ้นได้ขนาดไหน
ไปได้เร็วกว่าเดิมมากแค่ไหน
MT: แต่ถ้าเกิดให้นำรถของตัวเองไปแล้ว เป็นรถบ้านทั่วไปจะไปเรียน
course Advance ได้ไหมครับ
พี่วุฒิ: คุณเอารถอะไรมาก็ได้ ไม่ต้องไปสนใจว่ารถเราผ่านการ modify เพิ่มเติมมามาก
หรือไม่ได้ modify อะไรเลย ขอให้มีรถเป็นของตัวเองก็มาเรียนได้ไม่มีปัญหาแล้ว
MT: อย่างนี้คนที่รถ standard เวลาไปเรียนกับกลุ่มเดียวกันกับรถที่ผ่านการ
modify ก็สู้กันไม่ได้สิครับ
พี่วุฒิ: คุณไม่ต้องกลัวว่ารถคุณจะสู้คันอื่นไม่ได้ เช่น “พี่ครับรถผมจะไปสู้กับรถเขาได้อย่างไร
ผมขับ Civic Dimension เขาขับ Evo แล้วผมจะเอาอะไรไปสู้เขา” เพราะเราไม่ได้ให้คุณเอารถไปแข่งกับรถคันอื่น
แต่พี่จะสอนให้คุณมีศักยภาพและฝีมือในการขับรถ เท่ากัน โดยไม่ได้มีรถในการเข้ามาเป็นปัจจัยเกี่ยวข้อง
แต่ต้องอยู่ในข้อแม้ที่คุณสามารถรับรู้และมีทักษะก่อนหน้านี้พอๆกันนะ คือพี่จะสอนให้คุณ
ขับรถอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง ขับสี่ล้อ
คุณก็ยังคงสามารถขับรถได้ โดยที่เวลาของคุณยังคงไม่ตก ในกรณีที่รถคุณแรงขึ้นกว่าคันที่แล้ว
เหมือนที่มีคนชอบมาถามว่า พี่ขับ Porchse ในสนามเสร็จแล้วโดดขึ้นมาขับ Altis
แข่งได้ต่อโดยๆไม่มีปัญหา ว่าขับไม่ได้มันไม่เกาะ พี่ทำได้อย่างไร คือใน
course พี่จะสอนให้คุณขับรถอะไรก็ได้เหมือนกับที่พี่ทำได้นั้นแหละ

MT: แล้วเวลาไปเรียนเนี่ย จะแบ่งสอนกันยังไงครับ เพราะเห็นบอกว่าเป็นการสอนตัวต่อตัว?
พี่วุฒิ : พี่จะแบ่งออกเป็นกลุ่มล่ะ 3 คน ขึ้นรถไปพร้อมกัน แล้วให้เจ้าของรถขับให้พี่และเพื่อนๆของคุณดู
ระหว่างที่ขับก็จะบอกและแก้ไขให้ถูกต้อง นี่หมายถึงในช่วงเช้าเลยนะหลังจากที่คุยและทำความรู้จักกันเสร็จแล้ว
เมื่อคนแรกเสร็จก็จะให้คนที่สองเอารถออกมาวิ่งแล้ว ก็ให้คนแรกและคนที่สามไปนั่งดูบ้างว่าเพื่อนเราขับเป็นอย่างไรมีข้อเสียอย่างไร
MT: แล้วถ้าเกิดคนแรกเอารถขับเคลื่อนสี่ล้อ ไปเช่น Evo แต่คนที่สองขับ
Civic ไปอย่างนี้คนที่สองนั่งไปด้วยก็จะได้ฟังวิธีการขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อสิครับ
ทั้งๆที่เขาขับรถขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า?
พี่วุฒิ: นั้นแหละคือสิ่งที่พี่ต้องการจะสอน คือพี่ต้องการให้คุณขับรถอะไรก็ขับได้
คราวนี้คุณก็จะได้รู้แล้วว่า วิธีการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ถูกต้องต้องทำอย่างไร
คราวนี้คุณก็จะได้ขับรถอะไรก็ได้ นอกจากรถขับเคลื่อนล้อหน้าที่พี่จะสอนคุณ
แล้วคนที่ขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อก็จะได้รู้วิธีการขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ถูกต้องด้วย
เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปในตัว
MT: แล้วสมมุติรวมกลุ่มกันมา ได้ 15 คน แน่นอนว่าแต่ละคนทักษะไม่เท่ากัน
คนหนึ่งเคยแต่ขับรถทั่วไปบนท้องถนน ซัดบ้างไม่ซัดบ้าง แต่ไม่เคยลงแข่งเลย
แต่อีกคนเคยลงแข่ง Gymkhana มาแล้ว อย่างนี้จะสอนอย่างไรครับ?
พี่วุฒิ : นี่ไงคือเหตุผลที่พี่ต้องการไม่ให้เกินกลุ่มล่ะ 15 คน เพราะจะต้องมาสอนแต่ละคนเป็นรายตัว
ต้องเอาแต่ละคนมาปรับอีกทีหลังจากที่ นั่งขับไปกลุ่มละ 3 คนให้พี่ดู พี่ก็จะได้รู้แล้วว่าคนนี้ทักษะเป็นอย่างไร
ฝีมือขนาดไหน แล้วจะได้มาจี้เป็นรายคน ตัวเองก็จะต้องทำความเข้าใจเองด้วยนะ
ไม่ใช่ให้พี่สอนแล้วไม่ทำความเข้าใจ เลยกะว่าให้พี่แก้ให้อยางเดียว แต่อย่างหนึ่งที่คุณต้องยอมรับก็คือ
ทักษะ และ พื้นฐานของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้น ความรู้และทักษะที่แต่ละคนได้รับเพิ่มขึ้นก็จะไม่เท่ากัน
อันนี้คุณต้องยอมรับนะว่า คนเก่งอาจจะได้ 80% คนที่อ่อนอาจจะได้แค่ 60%
MT: แล้วสมมุติว่าในกลุ่มที่รวมกันไป ตกลงเลือกจะเรียน Advance
มีคนหนึ่งอยากเรียน Drift อีกคนหนึ่งอยากเรียน การขับรถเข้า Line โค้งต่าง
แบบ circuit จะทำอย่างไรล่ะครับ
พี่วุฒิ: มันเป็นอย่างนี้คือหลังจากที่เราเรียนปรับพื้นฐานเสร็จแล้ว ค่อยมาแยกกันอีกทีว่าคนไหนอยากเรียนอะไร
Drift ใช่ไหม งั้นกลุ่มนี้มาทางนี้ ส่วนกลุ่มที่อยากเรียนการเข้าโค้งแบบ
Racing Line มาทางนี้ แบ่งแล้วก็มาเรียนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คุณต้องรู้มาก่อนจะมาเรียนคือคุณรู้ว่าคุณต้องการจะเรียนอะไร
ถามตัวเองมาก่อนว่าอยากจะรู้อะไร พูดง่ายๆก็คือคุณต้องทำการบ้านมาเองด้วย
MT: แล้วสมมุติว่าผมมาแบบไม่รู้อะไรมาเลย ไม่รู้ว่าอยากจะเรียนอะไร
บอกว่าแล้วแต่พี่วุฒิ ผมยังไงก็ได้ล่ะครับ
พี่วุฒิ: ถ้ามาอย่างนี้พี่ก็คงสอนแต่ basicให้ คุณก็คงไม่ได้ความรู้อะไรมากเท่าไร
คงได้แต่อะไรพื้นฐานๆ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือคุณต้องทำการบ้านมาด้วย ว่าอยากจะเรียนอะไร
ผมจะได้รู้ว่าผมจะสอนอะไรคุณ

MT: แล้วสมมุติว่าว่าอยากให้พี่วุฒิสอนว่าจะ set รถให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้
จะทำได้ไหมครับ
พี่วุฒิ : ก็ต้องมาดูกันก่อนว่าช่วงเช้าคุณมีทักษะขนาดไหน จะปรับอะไรให้ได้บ้าง
คุณต้องการเรียนอะไร แล้วเราจะได้รู้ว่าจะบอกวิธี setรถให้คุณได้ถูกในตอนบ่าย
MT: แล้วเรียนวันเดียวมันจะพอเหรอครับ
พี่วุฒิ: พี่ต้องบอกตรงนี้ก่อนว่า พี่สอนคุณวันเดียวให้เก่งเลยมันเป็นไปไม่ได้หรอก
เพราะคุณก็ต้องฝึกซ้อมด้วย ไม่ใช่ลงไปขับแค่วันเดียวแล้วจะเก่งทันตา พี่ซ้อมที่พัทยาปีหนึ่ง
6 เดือน ถึงจะขับได้อย่างนี้ ดังนั้นก็เหมือนกัน แต่ขอยืนยันว่า เมื่อมาเรียนแล้วเหนื่อยแน่นอน
ไม่ต้องห่วง กลับบ้านไปแล้วสลบทั้งคนเรียนและคนสอน ถามว่าเรียน การอ่าน line
วันเดียวแล้วจบเลยเหรอ มันคงไม่จบหรอก คุณอาจจะต้องไปฝึกเอง หรืออาจจะต้องมารวมกลุ่มกันมาเรียนเพิ่มอีก
course อันนี้ก็แล้วแต่ทักษะของแต่ละคนที่จะรับได้
MT: แล้วการสอนล่ะครับ จะออกมาในรูปวิชาการนั่งเรียนครึ่งวัน แล้วค่อยปล่อยไปวิ่งในสนามตอนบ่ายเหมือนที่อื่นๆรึเปล่า
คือได้วิ่งกันอยู่คนละ 3 รอบแล้วกลับบ้าน
พี่วุฒิ : พี่ไม่สอนเป็นวิชาการหรอกนะ แต่จะสอนในรูปแบบกันเองๆ เหมือนเป็นเพื่อนๆ
พี่น้องกันมากกว่า ไม่ได้ serious หรือใช้ศัพท์ technicเหมือนกับที่อื่นๆ
แต่ออกมาในแนวสบายๆ มากกว่า สว่นเรื่องที่ห่วงว่าครึ่งเช้าจะต้องมานั่งหลับในห้องเรียนนั้นไม่มีแน่
เพราะว่าไม่มีจับไปนั่งฟังพี่บ่นในห้องตอนเช้าหรอก เพราะเริ่มมาก็จะจับไปวิ่งเลย
ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้วิ่ง แต่ได้วิ่งจนเหนื่อยแน่
MT: แล้วจะมีปล่อยให้ลงไปวิ่งเล่นกันเองไหมครับ
พี่วุฒิ : ปล่อยให้วิ่งกันเองน่ะ มีแน่นอน แต่คงต้องเป็นตอนหลังจากที่เรียนเสร็จ
แต่ไม่ต้องห่วงว่าจะได้วิ่งเล่นกันคนละไม่กี่รอบ เพราะมีเวลาเหลือให้วิ่งแน่นอน
เพราะเราเช่าสนามทั้งวัน คุณไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้ตอบสนองความต้องการของตนเองในการเอารถไปซิ่งในสนามหรอก
พี่ให้คุณขับแน่แต่คุณต้องใช้ความระมัดระวังแล้วก็ต้องรับผิดชอบตัวเองได้ด้วยนะ
MT: แล้วหากผมอยากจะเรียนรุ่น Pro เลยจะได้ไหมครับ ต้องเตรียมอะไรไปบ้าง
พี่วุฒิ: คนที่จะเรียนรุ่น Pro คือคนที่ต้องการจะไปเป็นนักแข่งรถ ดังนั้นรายละเอียดปลีกย่อยจะเยอะ
คือคุณต้องอ่านโค้งได้ ควบคุมรถได้ค่อนข้างดี ถามว่าใช้รถบ้านได้ไหม ถ้าอยากจะใช้ก็ใช้ได้แต่พี่ว่ามันจะไม่ค่อย
work ถ้าให้ดีต้องหารถ group N+ มาสักคันจะok. กว่า ส่วนอุปกรณ์ที่คุณต้องเตรียมไปอย่างน้อยก็มี
หมวก, ถุงมือ, รองเท้า คือคุณต้องเตรียมตัวเหมือนจะไปแข่งแล้วล่ะ คือเรียนเพื่อที่จะทำเวลาต่อรอบใน
circuit ให้น้อยลง สรุปในความเห็นของพี่ก็คือหากไม่เคยแข่งทางเรียบมาก่อน
พี่ว่าควรจะเรียนระดับ Advance ก่อนดีกว่า คือพี่อยากให้รู้พื้นฐานในการขับรถแข่งก่อนที่จะไปเป็นมืออาชีพ

MT: แล้วเรื่องสนามที่จะมาใช้เรียน รวมถึงค่าใช่จ่ายล่ะครับ
พี่วุฒิ: คุณก็ไปตกลงกันเลยว่าอยากจะไปเรียนที่ไหน พีระ circuit, BRC, หรือสนามนครชัยศรี
(Thailand Curcuit) แต่ละสนามค่าใช้จ่ายก็ไม่เท่ากัน นอกจากนี้วันธรรมดาก็จะถูกว่าวันเสาร์
อาทิตย์ รวมถึงหากว่ากลุ่มหนึ่งมี 15 คนค่าใช้จ่ายที่หารต่อหัวก็จะถูกลง
แต่ถ้าคุณรวมกันมาแค่ 10 คนค่าใช่จ่ายต่อหัวอันนี้ก็จะสูงขึ้นเพราะมันเป็น
fix cost ที่ทางสนามเขากำหนดราคาเช่าเหมาวันมา สุดสัปดาห์ตกวันล่ะอย่างน้อย
50,000 บาท ขึ้นไป
MT: อย่างนี้ราคาต่อหัวจะตกประมาณเท่าไรล่ะครับ
พี่วุฒิ : ก็อย่างที่บอกว่ามันขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่มาเรียนกัน แล้วก็วันที่เลือก
แต่ถ้าให้คำนวณคร่าวๆขั้นต่ำ สมมติมากัน 15 คน ก็จะตกอยู่ประมาณ 3,500 บาทต่อคน
รวมอาหารเที่ยง, เสื้อ, หมวก, ใบ certificate แล้วก็น้ำมันอีก 200-400 ลิตรที่จะเตรียมไปไว้ให้
จะได้ไม่ต้องวิ่งออกไปเติมกันนอกสนาม ถามว่าแพงไหมกับราคาขนาดนี้ พี่ว่าไม่แพงนะ
เพราะว่า แค่ค่าสนามก็หมดแล้ว ไหนจะค่าน้ำมันที่ต้อง support ให้ อาหาร เสื้อ
หมวก อีกจิปาถะ คุณลองไปดูราคาที่อื่นสอน วันหนึ่งก็ตกเป็นหมื่น ครึ่งเช้าไปนั่งฟังในห้องเรียน
ครึ่งบ่ายได้ลงไปขับ คนล่ะ 3 รอบ แล้วก็กลับบ้านจบ ของพี่ให้ลงไปขับกันตั้งแต่เช้า
จนเย็น ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้วิ่ง เพราะถ้าเราให้คุณวิ่งไม่กี่รอบ พี่ก็ไม่ต้องเตรียมน้ำมันไปสำรองให้หรอก
นอกจากนี้ที่อื่นๆยังสอนตามตารางที่เขากำหนด แต่พี่สอนแบบตามใจพวกคุณ (by
Demand) อยากให้ลองมองอีกมุมคุณไปขับ Go-Kart 10 นาที 500 บาท ถ้าคุณวิ่ง
2 ชั่วโมงคิดเป็นเงินกี่บาท หรือหากคุณต้องการจะปิดสนามลงไปขับเล่นกันเองก็ราคานี้เหมือนกัน
ไม่มีน้ำมัน ไม่มีอาหารกลางวัน ไม่มีใครสอน วิธีการขับที่ดี ที่ถูกต้อง วิธีการขับรถให้เต็ม
performance แต่ในกรณีนี้พี่มาสอน technic ให้ด้วยไม่ใช่เก็บเงินแล้วปล่อยให้ลงไปวิ่งตามใจชอบ
พี่ว่าราคาแค่นี้ไม่แพงหรอก
MT: แล้วคนที่สนใจจะติดต่ออย่างไรครับ
พี่วุฒิ: ก็ให้มาลงชื่อทิ้งไว้ที่นี่ (Motortoday) ก็ได้ ใครสนใจจะเรียน
ระดับไหนก็มาลงชื่อไว้ เมื่อรวมกลุ่มกันได้ก็ค่อยมาติดต่อพี่ว่าสนใจจะเรียน
course นี้ วันนี้พี่ว่าง สนามว่างรึเปล่าครับ ถ้าว่างก็ไปเรียนกัน แต่ต้องบอกล่วงหน้านะ
จะได้มีเวลาเตรียมเสื้อผ้า หมวก และ ทำใบ certificate ไว้ให้
MT: มีอะไรอยากจะฝากถึงน้องๆไหมครับ
พี่วุฒิ: อยากให้ลองมาเรียนกันดู ชอบหรือเปล่าพี่ไม่รู้ แต่ถ้าไม่ชอบก็ค่อยไปบอกว่าเรียนกับพี่วุฒิแล้วไม่ได้อะไรเลย
ไม่มาเรียนอีกแล้วก็ได้ ต้องบอกว่าก่อนว่าไม่ใช่พี่หยิ่ง แต่ถ้าจุดประสงค์ที่คุณต้องการกับที่ผมต้องการมันไม่เหมือนกัน
คุณไม่ชอบแบบที่ผมสอนคุณก็ต้องไปเรียนที่อื่นแทน แล้วก็อยากให้รู้ว่าจริงๆแล้วคุณก็มีความสามารถที่จะขับรถอะไรก็ได้
สามารถแก้ไขปัญหาอะไรก็ได้ ไม่ใช่บอกว่ารถไม่เกาะก็ต้องไปเปลี่ยนโช้คสิ เพราะพี่จะสอนว่ารถไม่เกาะเนี่ยต้องขับกันยังไงต่างหาก
พูดกันตรงนี้ทั้งวันก็ไม่จบ เลยบอกว่าอยากให้มาลองเรียนกันดูครับ
สนใจสมัครลงชื่อได้ที่นี่ครับ
ประวัติผู้สอน คุณ ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ (Nattavude Charoensukhawatana)
Touring Car Racing Record:
Thailand Grand Touring Car (TGTC)
Champion year 1993, 1994, 1999, 2000, 2001, 2003
2nd runner up year 2002
S.E.A South East Asia Touring Car (Super touring car)
1st runner up year 1995
2nd runner up year 1998
3rd runner up year 1996, 1997
Asian Touring Car
Champion year 2001
Porsche Carrera Cup Asia
2nd runner up year 2003
Motorcycle Racing Record:
Macau Granprix Super Bike
Champion (Kawasaki ZXR 750-750R) year 1989,1991,1993
Article By Narun Lee
|