|
Feature
Story : Honda S2000s at SEMA 2004
Two too cool S2000s...

S2000 รถที่ในบ้านเราหายากยิ่งกว่า
Lamborghini Murcielago เนื่องจากราคาตอนเปิดตัวเฉียด 4 ล้านทำให้อาเสี่ย
อาม่า อากง อาแป๊ะ และอาตี่ หนีไปขับรถสปอร์ตยุโรปกันหมด (คิดดูละกันว่าตอนนั้นรถรุ่นนี้แพงกว่า
SLK 230 ซะอีก ถึงแม้ว่า S2000 จะแรงกว่าขับสนุกกว่าบานก็เหอะ อากงที่ไหนจะสนใจ
ในเมื่อมันเป็น Honda เกียร์ธรรมดา) นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังไม่ค่อยประสพความสำเร็จด้านยอดขายในทั่วโลก
หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นเอง จนต้องเข็นตัวปรับโฉมออกมาเพื่อกระตุ้นยอดขายเมื่อปลายปีที่แล้ว
แต่ก็แผ่ว ดูท่าจะไปไม่ค่อยรอด
และเมื่อรถมันขายไม่ค่อยได้ ผลที่ตามมาก็คือของแต่งน้อยลงตามไปด้วย ดังนั้นนานๆทีจะเห็นรถรุ่นนี้แต่งสวยๆสักที
แถมคราวนี้เป็นฝีมือของอเมริกาที่ใช้ของแต่งญี่ปุ่น ซึ่งแต่งมาเพื่อโชว์ในงาน
SEMA โดยเฉพาะ หวังว่าคงถูกใจแฟน Honda ไม่มากก็น้อยครับ
King Motorsport Mugen S2000

คันแรกของ King Motorsport ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Mugen ในอเมริกาเหนือ
ดังนั้นทั้งคันจึงแถบจะถอดออกมาจาก Catalog ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์หรือ
bodypart มาครบหมดสนนราคาของแต่ง Mugen นี่แฟน Honda คงรู้กันดีว่าแพงบ้าเลือดขนาดไหน
เริ่มจากเครื่องยนต์ได้ทำการปรับแต่งแบบ light-tune โดยเปลี่ยนกรองอากาศเป็นแบบ
carbon fiber ของ Mugen เพื่อการหายใจได้คล่องขึ้น เมื่อหายใจเข้าสะดวก หายใจออกก็ต้องสะดวกตาม
เลยจัดการถอด header เหล็กเดิม โยนทิ้งเปลี่ยนเป็น header แบบอะลูมิเนียมของ
Mugen เพื่อที่จะได้ระบายไอเสียได้สะดวก แถมได้ความสวยงามเป็นของแถม ต่อด้วยท่อไอเสียทำจาก
titanium ทั้งเส้นรุ่น Mugen SS ตามสมัยนิยมตั้งแต่หลัง header จนไปถึงหม้อพักปลาย
แค่นี้ก็เป็นอันจบพิธี

เมื่อเครื่องยนต์ได้รับการ modify เพิ่มความแรงมากขึ้น ช่วงล่างก็ต้องได้รับการปรับปรุงตามไปด้วยเพื่อที่จะได้สามารถควบคุมรถได้อย่างประสิทธิภาพ
โดยเปลี่ยนโช๊คเป็น Mugen รุ่น NZ แบบที่สามารถปรับได้ ตามด้วยการ เปลี่ยน
magไปเป็นรุ่นยอดนิยม Mugen MF10 สีทองขนาด 17 นิ้ว (ราคาแพงโคตร) ความกว้างต่างขนาดกันตามสไตล์รถขับเคลื่อนล้อหลังโดยด้านหน้าใช้ขนาด
17x7.5 offset 52 ส่วนด้านหลังขนาด 17x8.5 offset 59 พร้อมยาง Bridgestone
Potenza S03 ขนาด 215/45 ZR17 ทางด้านหน้า และ 245/40 ZR17 ทางด้านหลัง
นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยน bodypart รอบคันไปใช้ของ Mugen เพื่อ aerodynamics
ที่ดีขึ้น และความเบาสบายไม่หนักโลก ส่วนความสวยเป็นผลพลอยได้ ซึ่งตัวฝากระโปรง,
หลังคา และ spoiler บนฝากระโปรง ผลิตจาก carbon-fiber ครับ

ทางด้านภายในไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรมากแค่เปลี่ยนเบาะไปเป็นแบบ Bucket Seat
ที่มีน้ำหนักเบากว่าเบาะแบบธรรมดา แน่นอนว่าสามารถเพิ่มความโหดและความกระชับยามขับขี่ได้ดีขึ้น
แต่ที่ข้อเสียก็คือความลำเค็ญเวลาขึ้นลง และถ้าหากนั่งนานๆ รับรองว่าได้แวะเข้าโรงนวดก่อนกลับบ้านแน่ๆ
โดยหลังจากที่ทำการ modify แบบ light-tuning เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่
บวกกับช่วงล่างที่ดีขึ้นและน้ำหนักรถที่เบาลงทำให้ S2000 คันนี้สามารถสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ขับได้อย่างไม่เบื่อ
และยังสามารถใช้ได้ทุกวันอีกด้วย (หากไม่กลัวเมื่อยเพราะเบาะมันแข็ง)
Modifications
| Air Intake |
Mugen carbon fiber |
| Exhaust System |
Mugen SS titanium |
| Exhaust Header |
Mugen stainless steel |
| Suspension Kit |
Mugen NZ adjustable coil over |
| Wheels |
Mugen MF10 bronze (17x7.5 52 mm offset, front, 17x8.5
59 mm offset, rear) |
| Tires |
Bridgestone S0-3 (215/45 ZR 17 front, 245/40/ZR 17 rear) |
| Front Bumber |
Mugen SS + under tray kit |
| Seats |
Mugen S1 + seat rails |
More Pictures




A&L Racing S2000

คันต่อมาเป็นของสำนักแต่ง A&L Racing Team ซึ่งมีเจ้าของเป็นนักแข่ง
drag นามว่า Adam Saruwatari ได้จัดการ modify S2000 โดยที่ให้ความสำคัญกับความสนุกในการขับขี่แม้จะอยู่ในรอบต่ำๆ
เริ่มแรกก็จับ supercharge ของ Comtech ใส่เข้าไปพร้อมทั้งติดตั้ง intercooler
แบบใช้น้ำ มาพร้อมกับ header จากบริษัทเดียวกัน พร้อมทั้งออกแบบท่อไอเสียขึ้นมาใหม่เองทำจาก
stainless-steel ทั้งเส้นเพื่อวคามสะดวกเวลาระบายไอเสีย แค่นี้ก็ทำให้มีแรงบิดมาใช้งานตั้งแต่รอบต่ำๆแล้ว
(แต่ไม่เห็นยักกะบอกว่าได้แรงม้าเท่าไร แรงบิดเท่าไร)

เมื่อทำการ modify เครื่องยนต์แล้วก็ต้องทำช่วงล่าง ไม่งั้นเดียวมันจะร่อนจนเอาไม่อยู่
เปลี่ยนท่าไม่ทันแล้วจบด้วยการล่มปากซอย… โดยทางสำนัก A&L ไม่ได้เน้นของยี่ห้อเดียวเหมือนกับเจ้าที่แล้ว
แต่ว่ามาแบบรวมมิตร ที่น่าแปลกใจก็คือมาสูตรเดียวกับบ้านเรา (ซึ่งผมเรียกว่าสูตรสิ้นคิด)
โช๊คอัพเปลี่ยนมาใช้ของ Koni แบบปรับแข็งอ่อนได้ ส่วนสปริงแน่นอนครับว่า
Eibach ซึ่งคู่นี้เวลาอยู่ด้วยกันที่ไร รับรองว่ามีเฮ เพราะมันแข็งกระด้างกระเด้งกระดอนสุดๆ
ใส่เข้าไปขับรับรองว่ารับรู้ถึงทุกอนูพื้นผิวถนน ส่วนเบรกเดิมคงขับแล้วเสียว
เลยถอดทิ้งเปลี่ยนไปใช้ของ Brembo แบบ 4 pots ทางด้านหน้าพร้อมทั้งจานเบรกแบบมีรูระบายความร้อน
ดีกว่าเดิมๆเยอะ ส่วนล้อ mag ก็จัดการเปลี่ยนไปใช้ของสำนักตัวเอง (เห็นมียี่ห้อ
AL เขียนอยู่) ขนาด 18 นิ้ว พร้อมกับยาง Nitto แต่ว่าไม่ได้ระบุว่า mag หน้ากว้างเท่าไร
ยางขนาดเท่าไร

พอ modify เครื่องยนต์และช่วงล่างเสร็จ ไอ้ครั้นจะไม่เปลี่ยน bodypart ก็กระไรอยู่
ก็เลยจัดการแต่งแบบตามใช้ฉันโดยเปลี่ยนกันชนหน้าไปใช้ของ Mugen รุ่น SS เหมือนคันที่แล้ว
ฝากระโปรงหน้าเปลี่ยนไปใช้ของสำนัก Intense Motorsport ทำจาก carbon-fiber
ส่วนหางหลังใช้ของ Honda Motorsport เดิมๆก็สวยดีอยู่แล้วจึงไม่ได้เปลี่ยนอะไร
เมื่อใส่ทุกอย่างเข้าไปแล้วก็ส่งไปพ่นสีใหม่ให้ไฉไลขึ้นกว่าเดิม ซึ่งผมดูยังไงก็ว่ามันไม่ต่างจากเดิมเท่าไรแฮะ
(สงสัยผมจะตาบอดสีน่ะ)
ภายในเบาะเดิมมันไม่เท่ห์ จัดการถอดทิ้งไปใช้ของ Sparco รุ่น Milano ที่ในอเมริกาแสนจะฮิตกัน
(แต่บ้านเราทำไมมันไม่ฮิตก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ผมว่ามันก็ดีนะ) พวงมาลัยมี Airbag
ดีๆไม่ชอบ สงสัยกลัวจะเจ็บเพราะโดน airbag อัดตอนรถชน เลยถอดทิ้งใส่แบบไม่มี
airbag ถ้าชนก็ขอตายดีกว่าของ Sparco เป็นแบบหนังกลับ ที่เหลือก็มีรายละเอียดปลีกย่อยเช่นเปลี่ยนหัวเกียร์เป็น
titanium ของ Honda เอง แล้วก็เพิ่มเครื่องเสียง Hi-Fi จากโรงงาน แค่นี้ก็ขับซิ่งได้แล้วครับ
Modifications
| Air Cooler |
Comptech liquid to air charge air cooler |
| Headers |
HPC Extreme coated Comptech stainless steel |
| Exhaust |
Custom Modula stainless steel |
| Springs |
Eibach Springs coil over spring set up |
| Bar |
Comptech titanium strut tower bar |
| Calipers |
Brembo front brakes with 4-piston |
| Rotors |
Brembo rear brakes with cross drilled |
| Hood |
Intense Motorsports carbon fiber |
| Wing |
Honda Factory Performance rear wing with Intense Motorsports
carbon fibber treatment |
| Security System |
Honda Factory Performance |
| Graphics |
Intense Graphics |
| Seats |
Sparco silver/black Milano |
| Shift Knob |
Honda Factory Performance titanium |
| Speaker System |
Honda Factory Performance |
More Pictures





Article By Narun Lee

|