|
Feature
Story : Evolution VII vs STI 2003
คู่แข่งตลอดกาล

มีคนทักผมว่าไหนๆมีโอกาสได้ทดลองขับทั้ง
Evo7 และ New STI ทั้งสองคัน แล้วตกลงคันไหนดีกว่ากัน ช่วยลองเขียนเปรียบเทียบกันดูได้ไหมว่าแต่ละคัน
มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร เพราะขี้เกียจไปอ่านใน Test Drive อ้าว....ดันเป็นอย่างนั้นไปซะได้
ผมอยากจะบอกตรงนี้ก่อนว่า รถทั้งสองคันเกิดห่างกันพอสมควร การพัฒนาการต่างๆในช่วงเวลาที่ห่างกันเกือบ
3 ปี ทำให้รถทั้งสองคันมีความแตกต่างกันมาก ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว STI
ควรจะถูกจับคู่กับ Evo8 ซะมากกว่า
แฟนๆ Evo ก็คงรู้สึกอย่างผมและ ทักว่าต้องเอา Im ไปเทียบกับ Evo8 สิถึงจะถูก
เนื่องจาก Evo8 มีเกียร์ 6 speed, turbo แบบ Twin Scroll, torque ที่มากขึ้น
รวมไปถึงเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาในหลายๆจุด เช่น ลูกสูบเป็น Forged,
camshaft ที่มีลักษณะกลวงเพื่อลดน้ำหนักของเครื่องยนต์,มี clutch ของ Exedy
ให้จากโรงงาน แต่ในเมื่อผมยังไม่ได้ทดลองขับ Evo8 อย่างจริงๆจังๆ ผมจึงไม่อยากนั่งเทียนเขียนแล้วคาดการณ์ไปต่างๆ
นาๆ ว่ามันแรงอย่างนู้น ดีอย่างนี้ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสเมื่อไรจะเอามาเขียนเทียบให้อ่านกันทันทีครับไม่ต้องห่วง
ตอนนี้คงต้องทนดู Evo สุดรักถูกย่ำยีไปก่อน แหะๆ แฟนๆ Evo อย่าพึ่งโกรธผมนะครับ
คำถามแรกเลยที่ผมมักจะถูกถาม ก็คือใครแรงกว่าระหว่าง Im กับ Evo ผมต้องถามก่อนว่า
คำว่าแรงนั้นคุณหมายถึงอะไรละครับ top speed หรือว่า อัตราเร่ง 0-100
ถ้าหากทั้งคู่เป็นรถ standard ละก็ ในตัวก่อนๆ 3 เกียร์แรก เท่าที่ลองดู
Evo6 จะดีกว่า Im version 6 ครับ แต่ถ้าเป็น topspeed ละก็ Evo จะแพ้ Im
ครับ ไม่ใช่แพ้นิดเดียว แต่แพ้เยอะด้วย ไม่ใช่เพราะ เครื่อง Evo ไม่แรงนะครับ
แต่เฟื่องท้ายของ Evo มันมีแค่นั้น ป้วนเปี้ยนอยู่แถว 230 นั้นแหละ แต่ Im
ไหลไปถึง 250 นู้น
พอเป็นในตัว Evo7 กับ Im ตาเหยี่ยว ถ้าวัดกันแค่แรงดึงละก็ คุณจะรู้สึกว่า
Evo มันแรงกว่าเพราะมันดึงหนักกว่า Im เยอะ แต่ถ้าวัดกันว่าใครกิน อันนี้แน่นอนครับว่า
Im กินเรียบ ทั้งตีนต้นและตีนปลาย อันเนื่องมาจาก เกียร์ 6 speed ของ Im
รวมไปถึง turbo แบบใหม่ที่เป็นแบบ Twin Scroll แรงบิดที่มากขึ้น น้ำหนักตัวที่ลดลงจาก
Im ตากลม ส่วนต่างเหล่านี้ทำให้ Im ตัวนี้ดีกว่า Evo7 ทั้งตีนต้นและตีนปลาย
แต่อย่าไปคาดหวังว่า Im ตัวนี้มันจะดึงนะครับ เพราะว่ามันไม่ดึงเอาซะเลย
นอกจากนี้เวลาเปลี่ยนเกียร์จะแล้วเดินคันเร่งรถจะมีอาการสะอึกก่อนที่จะเริ่มดึงต่อ
ไม่บอกไม่รู้เลยว่ามันมีแรงบิดถึง 40 กก.ม กับแรงม้าถึง 280 แรงม้า มันดึงเหมือนกับรถยุโรปเครื่องใหญ่ๆซะมากกว่า
คือดึงแบบเรื่อยๆ แต่ไอ้เรื่อยๆ มันก็วิ่งนะครับ ไม่ใช่ไม่วิ่ง ข้อดีของ
Im อีกอย่างก็คือมันมี Shift Light ให้ในตัวหน้าปัทม์ครับ ทำให้เรารู้ว่าจะต้องเปลี่ยนเกียร์เมื่อไร
โดยไม่ต้องละสายตา จากถนนไปดูรอบเครื่องยนต์
ข้อต่อมาก็คือใครเกาะกว่า ถ้าให้บอก ก็ต้องบอกว่าเกาะทั้งคู่แหละครับ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
ทางด้าน Evo มี ACD ให้คุณสามารถเลือกได้ว่าคุณต้องการให้รถมี traction ขนาดไหนเพื่อให้เหมาะกับสภาพถนนต่างๆ
ส่วน Im นั้นมี Center Diff ให้คุณสามารถเลือกได้ว่า ต้องการให้รถกระจายแรงขับเคลื่อนไปที่ล้อคู่หน้าเท่าไรและล้อคู่หลังเท่าไร
ได้ตามใจคุณ โดยทั้งสองคันคุณสามารเลือกปรับ ระบบเหล่านี้ได้จากภายในห้องโดยสารด้วยตัวคุณเองครับ
อย่างรู้รายละเอียดมากกว่านี้ต้องไปอ่านใน Test Drive ครับ จากระบบข้างต้นทำให้ทั้งสองยี่ห้อนี้สามารถให้คุณมั่นใจได้เลยว่า
ไม่ต้องหวั่นแม้วันมามาก จะโค้งกว้าง โค้งแคบ หรือแม้กระทั่งช่วงที่ใช้ความเร็วสูง
มันใจได้เลยว่ารถคุณจะสนิทแนบแน่นกลมเกลียวกับพื้นโลกเป็นที่สุด โดยทั้งสองคันมีอาการ
understeer ทั้งคู่เมื่ออยู่ในโค้ง แต่ของ Im จะสามารถ set รถ และดันให้ออกจากโค้งได้ง่ายกว่าเนื่องจากแรงบิดที่มีมากกว่านั้นเองครับ
ถึงแม้ว่าจะเกาะทั้งคู่ แต่ของ Evo7 ออกแนวกระเด้งกระดอนถูกใจวัยรุ่นที่ชอบความลำบากเป็นที่สุด
ส่วนของ Im นั้นนอกแนวหนืดๆแน่นๆไม่ได้แข็งจนหัวสั่นคลอน สรุปก็คือช่วงล่างของ
Evo นั้นแข็งกว่า Im ครับ อย่างไรก็ดีหากคุณเป็นพวกที่ชอบใช้ความเร็วสูงๆ
และนำทั้งสองคันนี้ไป modify เพิ่ม เพื่อใช้ในการแข่งขันทั้ง Gymkhana หรือ
curcuit นั้นแนะนำให้เปลี่ยนช่วงล่างครับ
การตอบสนองของพวงมาลัยนั้นทั้งสองยี่ห้อสามารถทำได้ดีครับ พวงมาลัยตอบสนองรวดเร็วและฉับไวดีมากนอกจากนี้ยังจับกระชับด้วย
อย่างไรก็ดีบางครั้งรู้สึกว่ามันเบาโหวงเหวงจนน่ากลัวช่วงที่ใช้ความเร็วสูงๆแล้วเจอกับถนนที่เป็นคลื่น
แต่ก็ไม่ใช่ข้อเสียที่ต้องถึงกับนำมาคิดเป็นเรื่องใหญ่
ทางด้านระบบเบรก เป็น Brembo ทั้งคู่ ความแตกต่างแทบไม่เห็น ยกเว้นตัว
caliper ที่ของ Evo เป็นสีแดง ส่วน Im เป็นสีทอง เบรกอยู่แน่นอน ไอ้โอกาสที่คุณจะไปชนท้ายคนอื่นนั้น.....ยากมาก
แต่ถ้าคุณจะถูกคนอื่นชนท้ายละก็ไม่แน่เพราะคันอื่นไม่ได้เบรกอยู่เหมือนคุณ
ในกรณีที่ใช้งานแบบทั่วๆไปแทบไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนผ้าเบรก แต่ถ้าคุณเอาไป
modify เพิ่มหรือเอาไปขับแข่งใน circuit ขอแนะนำให้เปลี่ยนผ้าเบรกนะครับ
เพราะเคยเอา Evo 5 ไปวิ่งในสนามพีระฯ วิ่งอยู่ประมาณ 5 รอบ เบรกเริ่มออกอาการเฟด
หรือพูดง่ายๆก็คือมันเริ่มจะเบรกไม่อยู่เหมือนกันครับ
รูปร่างหน้าตาผมไม่ขอกล่าวถึงก็แล้วกัน เพราะของอย่างนี้มันนาๆจิตตัง เหมือนคุณมองสาวๆนั้นแหละครับ
บางคนชอบขาวๆ บางคนชอบผอมๆ บางคนชอบอวบๆ ดังนั้นก็แล้วแต่จะชอบก็แล้วกันนะครับ
Im อาจจะดูเด่นกว่าเนื่องจากไม่ค่อยเห็นบนท้องถนน Evo จะเสียเปรียบก็เนื่องจากมีญาติที่ชื่อ
Lancer Cedia รถที่ทาง Mitsubishi โฆษณาว่าเป็นจิตวิญญาณเดียวกัน วิ่งอยู่เต็มถนนเมืองไทย
นอกจากนี้หน้าตาของ Evo7 ยังดันคล้ายกับ Cedia จนบางคนหาว่าเอา Cedia มาติดราวตากผ้าไปซะได้
อุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาภายนอกนั้นนับว่า สูสีคู่คี่กันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น
ไฟหน้าแบบ Xenon, bodypart รอบคัน, spoiler หลังทรงสูง ที่สามารถสร้าง downforce
ได้สูง, ล้อ mag ขนาด 17 นิ้ว เบรก Brembo เรียกว่าครบเคื่องตั้งแต่ออกมาจากโรงงาน
ไม่ต้องไปดิ้นรนหาเรื่องเสียเงิน
เมื่อเข้ามาดูภายในกันบ้าง ข้อๆได้เปรียบของ Evo7 ที่เห็นชัดที่สุดเห็นจะเป็นตัวเบาะ
ที่เป็น Recaro มาให้จากโรงงาน ที่ปีกเบาะสูงกว่าตัวก่อนๆ กระชับและมั่นใจในทุกโค้งว่าตัวเองจะไม่หลุดออกจากเบาะให้เสียการควบคุมรถแต่อย่างใด
ในทางกลับกัน Im กลับใช้เบาะของตัวเองปัก Logo Sti ความกระชับนั้นสู้ Evo
ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่เบาะของ Im ก็มีข้อดีเหมือนกันนะครับคือ มันขึ้นลงสะดวกครับ
สิ่งที่ทำให้ Im ดูโดดเด่นกว่า Evo ก็คือหน้าปัทม์ครับ ซึ่งคล้ายๆของ Defi
ดูสวยงามเป็นที่สุด ส่วนของ Evo นั้นก็ยังคงเหมือนเดิมคือเป็นเข็มธรรมดา
การตกแต่งภายในของทั้งสองคันนั้นดูดีมีราคาขึ้นเยอะ ใน Im มีการนำวัสดุ ที่เป็น
aluminium เข้ามาใช้ไม่ว่าจะเป็นตรง console กลาง หรือ พวงมาลัยทรง 3 ก้าน
ที่ออกแบบมาใหม่ทำให้ดูทันสมัยขึ้น
ส่วนทางด้าน Evo นั้นแม้ว่า console จะดูคล้าย Cedia แต่ก็มีความแตกต่างตรงที่สี
console ออกโทนสีดำ เพิ่มความสปอร์ต และเข้ากับสีเบาะได้เป็นอย่างดี หน้าปัทม์ที่มีการ
design แตกต่างจากตัว Cedia ราวฟ้ากับเหว, พวงมาลัย momo ที่ดูออกแบบได้ทันสมัยและยังใช้ต่อมาใน
Evo8 ช่วยให้ภายใน Evo7 ไม่ค่อยเชยเหมือนเมื่อตัวก่อนๆ
โดยทั้งสองคันมี สวิทช์ฉีดน้ำระบายความร้อนให้กับ intercooler โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะให้เป็นแบบ
manaul คือคุณกดฉีดเอง หรือว่าเป็นแบบ auto ก็ได้ ซึ่งถ้าเป็นใน Evo ตัวก่อนๆ
จะไม่มี mode auto ให้เลือกนะครับ ต้องกดเอาเองครับ
เมื่อพูดถึงการเก็บเสียงในห้องโดยสาร การเก็บเสียงของ Im นั้นดีกว่า Evo
ในข้อแม้ที่ทุกอย่าง standard นะครับ ต้องยอมรับว่า Subaru สามารถแก้ไขจุดด้อยของกระจกแบบ
Frameless ได้ดีมาก เพราะตัวก่อน นั้นเสียงเครื่อง เสียงท่อนั้น มันดังเข้ามาในรถมากเกินไปจนน่ารำคาญ
น้ำหนักของ clutch นั้น ของ Evo นั้นหนักกว่าเล็กน้อยครับ อย่างไรก็ดีรถทั้งสองคันนี้
ก็ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้คนขับได้รับความสบายอยู่แล้ว แต่มันเป็นรถที่ให้คนขับได้สนุกกับ
performance ของรถมากกว่า ทั้งสองคันนั้น ถ้าหากจะนำมาใช้ทุกวัน ในชั่วโมงเร่งด่วนก็คงจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไร
เพราะถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องความร้อน แต่อย่าลืมนะครับว่าทั้งคู่เป็นเกียร์
manual หากรถติดๆละก็น่องบวมแน่นอน อย่างไรก็ดีถ้าคุณใจรักที่จะขับมันก็อีกเรื่องหนึ่งละครับ
เรื่องความสะดวกสบายนั้นทั้งสองคันนั้นไม่ค่อยมีหรอกครับ มีแค่ แอร์ วิทยุ
กระจกไฟฟ้า และก็พวงมาลัยเพาเวอร์ นั้นแหละ เบาะหนังปรับไฟฟ้า เบาะนวด อย่าได้หวังว่าจะพบเจอในรถทั้งสองคันนี้

ทางด้านการ service นั้น Evo service ง่ายกว่าเยอะ เพราะ pattern ก็เหมือนเครื่องยนต์
4 สูบธรรมดา เรื่องความอึดของเครื่อง 4G63T นั้นหายห่วง หากไม่ซนไปปรับ boost
เล่นละก็ กระทืบยังงัย ก็ไม่พัง จุดที่จะต้องให้ความสนใจก็คือเรื่องของ Hydraulic
Valve ที่ใช้ไปสักพักมันจะเริ่มดังครับ
ส่วน Im ที่เป็นเครื่อง Boxer นั้นหากอยู่ใน กทม. ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ
ถึงแม้ว่าจะ service ยุ่งยากบ้างในบางกรณี แต่ก็ไม่เกินปัญญาช่างไทย
ทางด้านการ modify เพิ่มนั้น Evo และ Im สามารถทำได้ไม่ยาก แค่มีกล่อง
ECU แบบปรับจูนได้สักใบ ท่อไอเสียสักเส้น ก็สามารถมีแรงม้าได้ซัก 320 ตัวสบายๆ
ต่างกับรถยุโรปที่ต้องมีสักครึ่งล้านถึงจะ ได้แรงม้าเพิ่มอีกสัก 40 ตัวแถมยังไม่ค่อยวิ่งอีกต่างหาก
เพราะรถหนักเหลือเกิน
ทางด้านราคา รถทั้งสองยี่ห้อสูสีกันครับ หากเป็นรถแท้ๆนำเข้าทั้งคัน ตกราคาคันล่ะ
4.6 ล้านบวกๆ แพงหลุดโลกเมื่อมองว่ามันเป็นรถญี่ปุ่น 4 ประตู รถแท้ๆทั้งสองยี่ห้อในประเทศไทยแทบจะนับคันได้
หากเป็นรถใหม่มาแปลงทั้งคัน ตกอยู่ที่ 2.4 ล้านบวกๆ ในกรณีนี้คือ เอา Im
ตัว 1.6 มาแปลงนะครับ ส่วนราคามือสองทาง Evo7 มีตั้งแต่ 1.6 ล้านกว่าๆถึงเกือบ
2 ล้าน ส่วน Im นั้นยังไม่ค่อยมีมือ 2 ให้เห็นเท่าไร หากมีราคาก็ทะลุ 2 ล้านแน่นอน
อย่าถามเลยครับว่าคุ้มหรือเปล่า เพราะถ้าคุณมองว่ามันเป็นแค่รถ ญี่ปุ่น 4
ประตู มันจะแพงจนน่ากลัว แต่ถ้ามองในมุมกลับ ทางด้าน performance ที่ได้รับจากรถทั้งสองคันแล้วละก็
ราคาขนาดนี้นับว่าถูก เพราะ performance มันเทียบเท่า supercar บางยี่ห้อที่ค่าตัวหลายๆล้านได้สบาย
รถทั้งสองคันมีจุดดีและจุดด้อยแตกต่างกันครับ Evo7 มีข้อดีตรงที่ มันดึงหนัก
service ง่าย แถมถ้าหากคุณต้องการที่จะ modify เพิ่มต่อจาก step 1 ซึ่งก็คือ
กรองอากาศ+กล่อง ECU+ท่อไอเสียทั้งเส้น มันก็ไม่ได้ยากลำบากแต่อย่างใด จุดด้อยก็คือมันเป็นเกียร์
5 speed และน้ำหนักตัวที่มากขึ้นจากตัวก่อนมาก
ทางด้าน Impreza นั้นมีข้อดีก็คือ เกียร์ 6 Speed และแรงบิดที่มีมาก ทำให้รถคันนี้มีอัตราเร่งที่ต่อเนื่อง
แม้ว่าจะไม่ได้ดึงหนักเหมือนกับ Evo แต่อัตราเร่งหากนำมาวัดกันนั้นก็ไม่หนีกันหรอกครับ
Im ดีกว่าซะด้วยซ้ำ นอกจากนี้การเก็บเสียงยังทำได้ดีอีกด้วย จุดด้อยของ Im
ก็คือ มันยุ่งยากในการ service เป็นบางเท่านั้น และ อู่ที่ service ได้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในกรุงเทพฯ
เพราะฉะนั้นอยู่ต่างจังหวัดอาจจะลำบากสักหน่อยครับ
คงต้องขอจบแต่เพียงเท่านี้ละครับ รักใคร ชอบใคร ก็ลองเปรียบเทียบด้วยตัวเองดูนะครับ
แล้วพบกันครับ
Article By Narun Lee
|