First Pictures : BMW Series 3 - E90
เหตุผลที่ Series 3 ตัวปัจจุบันเริ่มลดราคา



          นี้คือรูปร่างหน้าตาที่ได้รับการยืนยันแล้วสำหรับรถยอดฮิตของหนุ่มๆบ้านเรา ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้นะเหรอ ก็เพราะเวลาถามผุ้หญิงว่าชอบรถอะไรมักจะได้รับคำตอบว่า BMW ค่ะ แน่นอนผมกำลังพูดถึง Series 3 ตัวใหม่เอี่ยม....... ในรหัส E90 ใครที่พึ่งหลงซื้อ BMW Series 3 E46 ไปเตรียมน้ำตาตกได้เลย เพราะรถคุณจะตกรุ่น กลายเป็นรถเก่าในอีกไม่ช้า (ทั้งๆที่บ้านเราพึ่งปรับโฉม Series 3 ไปเมื่อ 2 ปีกว่าๆเอง) ไม่ใช่แค่รูปร่างภายนอกเท่านั้นที่แตกต่าง แต่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายใน ก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวด้วย

ภาพที่คุณๆเห็นอยู่นี้เป็นรูปภาพจาก brochure ของ BMW สาขา Slovania ที่ถูก "นำมาเผยแพร่" ก่อนเวลาอันควร ซึ่งไม่สามารถนับว่าเป็นข้อมูล official ได้ จนกว่าทาง BMW จะเปิดเผยข้อมูลด้วยตนเอง แต่จากแหล่งข่าวที่ได้มา ภาพต่อไปนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่านี่จะเป็นรูป version ผลิตจริงของ BMW Series 3 รหัส E90 ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน Paris Motor Show ปลายกันยายนปีนี้ และพร้อมจะส่งมอบในต้นปี 2005

แน่นอนว่าภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้น ในทุกๆมิติ โดย ยาว 4520 mm (มากกว่ารุ่น E46 49 mm), กว้าง - 2013 mm (กว้างกว่าเดิมเยอะเลย ตั้ง 274 mm), สูง 1424 mm (มากกว่าเดิม 9 mm), ฐานล้อ 2750 mm (มากกว่าเดิม 25 mm) ทำให้ห้องโดยสารของ E90 ใหญ่พอที่จะบรรทุกสาวๆได้หลายคนมากขึ้น หรือไม่ก็สามารถมีกิจกรรมบนรถได้สะดวกขึ้นกว่าเดิม พูดง่ายๆก็คือมีที่ให้เล่นได้หลายท่าได้มากกว่าตัว E46 เยอะ อย่าคิดลึก ผมหมายถึงมีที่ให้ยืดแข้งยืดขาของคุณกับแฟนสองคน รวมถึงบิดขี้เกียจได้หลายท่าไม่ว่าจะบิดซ้าย บิดขวา ก็สะดวกขึ้นครับ



รูปโฉมภายนอกได้รับการออกแบบโดยโคตร design guru นาม Chris Bangle ผู้เป็นคนออกแบบ Series 5-6-7 และ Z4 อย่างไรก็ดีทาง BMW ก็ยังไม่กล้าเปลี่ยนแปลงและให้อิสระในการออกแบบรถที่ขายดีที่สุดของ BMW (60% ของยอดขายทั้งหมด) กับ Chris Bangle มากนัก สงสัยกลัวว่าคนจะรับไม่ได้แล้วยอดขายตก เพราะตอนที่ตานี่ออกแบบ Series 5 มีเสียงวิจารณ์ออกมาหลากหลายมาก แต่ส่วนใหญ่มักจะไปในทางที่ไม่ดี เพราะมันดูล้ำสมัยจนคนตามไม่ทัน

E90 ได้รับอิทธิพลมาจาก รถทุกรุ่นที่มีของ BMW เหมือนหยิบของคันนู้นนิด คันนี้หน่อย มาผสมกันมั่วไปหมด ไล่มันตั้งแต่ Series 1 ยัน Series 7 โดยไฟหน้าของ E90 นั้นคล้าย Series1 โดยมีไฟ Xenon เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วน ไฟหน้าเลี้ยวตามพวงมาลัยหรือที่เรียกว่า Adaptive Headlight นี่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มเอาเอง ส่วนกระจังหน้านั้นดูเหมือนเอาของ Series 6 มาใช้ กันชนหน้าเหมือนกับ Series5 ตัว E60



มาทางด้านข้างกันบ้าง ถ้ามองเผินๆ body จะคล้ายกับตัว E46 กระจกมองข้างเหมือนกับ Series1 มีเส้นลากยาวเฉียงขึ้น break อยู่ด้านข้างตั้งแต่ด้านหน้าจนไปถึงประตูหลังเหมือนกับ Series5 ตัว E60 ส่วนด้านท้ายตรง pillar C มี slope คล้าย Series 7 ส่วนบั้นท้ายนี่ดูไม่ออกว่าเหมือนอะไร ไฟท้ายเหมือนไม่เต็มใจออกแบบ ดูแปล่งๆยังไงชอบกล เอาเป็นว่าของอย่างนี้นานาจิตตังละกันครับ

ทางด้านเครื่องยนต์นั้นมีให้เลือกทั้งเบนซินและดีเซล ตามสมัยนิยม โดยเครื่องยนต์เบนซินมีให้เลือก 3 ขนาดคือ 320 I ใชเครื่องยนต์ขนาด 2000cc. 150 hp ที่ 6,200 รอบและมี top speed ที่ 219 km/h cc. รุ่นต่อมาคือ 325 I ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่มีแรงม้าทั้งหมด 218 hp อัตราเร่ง 0-100 ใช้เวลา 7 วินาที และรุ่น Top สุดคือ 330 I ขนาด 3000 cc. 258 hp ที่ 6,600 รอบ อัตราเร่ง 0-100 km/h ใช้เวลาเพียง 6.3 วินาที ส่วน Top speed ถูกจำกัดไว้ที่ 250 ตามกฏหมายประเทศเยอรมัน ดังนั้นหากเข้ามาในประเทศไทย คนไทยอาจจะได้ใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่ากันต่อไป เนื่องจากกำแพงภาษีบ้านเราที่ค่อนข้างวิจิตรพิศดารกว่าประเทศไหนๆบนโลก แม้ว่าจะมีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่แล้วก็เหอะ



ที่น่าสนใจอยู่ที่เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีให้เลือกอยู่ขนาดเดียว (ในตอนนี้) โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 2000 cc. 163 แรงม้า 0-100 ในเวลา 8.3 วินาทีและมี Top speed อยู่ที่ 225 km/h ซึ่งดีกว่า 320 ซะอีกแต่ประหยัดน้ำมันกว่าอีกบานเบอะ ส่วนโอกาศที่เครื่องยนตืดีเซลจะเข้ามาทำตลาดในบ้านเรานี่คงริบหรี่เพราะเศรษฐีบ้านเราไม่สนใจ

โดยทุกรุ่นจะมีเกียร์ธรรมดา 6 speed เป็นมาตรฐานและเกียร์ auto 6 speed Steptronic เป็น option ส่วนเกียร์ SMG ยังไม่มีเสียงตอบรับจากทาง BMW โดยในรุ่นเครื่อง 2000 ทั้งเบนซินและดีเซล จะให้ล้อขนาด 16 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้มยางขนาด 205/55 ส่วน 325 จะให้ยางหน้ากว้างกว่าเป็น 215/55 แทน สำหรับ 330 จะให้ล้อ mag ขนาด 17 นิ้ว เป็นมาตาฐานพร้อมยางขนาด 225/45 เพื่อรองรับการขับขี่แบบ sport กระแทกกระทั้นมันก้น



ทางด้านระบบ electronic แบบ Active Safety นั้นมีให้ยุบยับตามสไตล์รถเยอรมัน ไม่ว่าจะเป็น DSC ABS, CBC (Cornering Brake Control) และ DTC (Dynamic Traction Control)

ส่วน M3 รหัส E90 ที่จะออกในปี 2006 ยังไม่มีการยืนยันข้อมูล แต่ได้มีข่าวแว่วๆออกมาว่าได้เมินเครื่อง 6 สูบ ไปเรียบร้อยแล้ว และเตรียมจะหันไปคบกับเครื่อง V8 4000 cc. แทนโดยใช้พื้นฐานเดียวกับเครื่อง V10 ของ M5 ตัวใหม่ อันนี้คงต้องติดตามข่าวกันอีกที เพราะก็มีอีกกระแสหนึ่งที่บอกว่า BMW กำลังมีการพัฒนาเครื่องยนต์ขนาด 3000 cc Twin Turbo ที่มีแรงบิดถึง 560 Nm เพื่อนำมาใช้กับ M3 E90 อยู่เหมือนกัน



ภายในห้องโดยสารก็เหมือนกับภายนอกคือหยิบของ Series อื่นๆมาผสมๆกัน โดย dash board หน้าปัทม์และ console กลางได้รับอิทธิพลมาจาก Z4 และ Series 5 E60 กุญแจ card ใช้การกดปุ่มสตาร์ทแทน พวงมาลัยเป็นแบบ Multi-Function แบบ 3 ก้านหน้าตาธรรมดาๆ ส่วนระบบ iDrive II เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ยกเว้น 320 ที่เป็น option เรียกว่าให้มาเพียบ ไม่ต้องไปเสียตังค์เพิ่มอีก (ตรงกันข้ามกับบ้านเราที่อุปกรณ์มาตรฐานคือ ไม่มีอะไรมาให้เลย พี่แกถอดออกหมด แล้วค่อยให้ลูกค้าเพิ่มตังค์เอาเอง)

ส่วนตัว low-option ซึ่งจไม่ค่อยมีจำหน่าย จะไม่มี อะไรให้เลย ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัย multi function, iDrive หรืแม้แต่ เบาะปรับไฟฟ้า ดูๆแล้วเหมาะแก่การเอาไปทำเป็นรถ Taxi ซะมากกว่า



เนื่องจากห้องโดยสารมีพื้นที่กว้างขึ้น ทำให้ที่นั่งทางด้านหน้าและด้านหลังสบายกว่าเก่า นอกจากนี้ยังมี air ตอนหลังมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานด้วย แสดงว่าเริ่มให้ความสำคัญกับสาวๆที่นั่งด้านหลังมากกว่าเมือก่อน ภายในตกแต่งด้วยลายไม้ มีเบาะหนังเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนหนัง Dakota มีให้เลือกเป็น option

ส่วนระบบเครืองเสียงจะเป็นแบบ CD player แบบแผ่นเดียว ถ้าของโรงงานไม่ดีพอก็มีระบบ hi-fi พร้อมกับ CD changer แบบ 6 แผ่นและระบบ Bluetooth พร้อม Logic 7 ให้เสียตังค์เพิ่มได้

E90 จะมีสีให้เลือกทั้งหมด 11 สี เป็น Metallic 9 สี และภายในมีหนังให้เลือก 5 สีแล้วตามแต่สไตล์ของลูกค้า



เอาเป็นว่าใครที่เป็นแฟน BMW คงต้องรอดูต่อไปว่าทาง BMW ประเทศไทยจะเริ่มจำหน่าย series 3 E90 เมื่อไร เพราะตอนนี้รู้สึกยังเมามันส์กับการขาย Series 3 E46 แบบไม่รู้เบื่อ

เคยลองหลอกถาม sell BMW ดูว่า Series 3 ตัวใหม่เมื่อไรจะมาคำตอบที่ได้ก็คือแบะๆๆ ยังไม่รู้ครับ หรือไม่ก็ยังไม่ออกครับพี่ อีกหลายปีกว่าจะออก ไม่รู้ว่าไม่รู้จริงๆหรือว่าแกล้งไม่รู้กันแน่ เอาเป็นว่าถ้ามีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อไรจะรีบบอกกันอีกทีก็แล้วกันครับ


Article By Narun Lee







Full Brochure - Click to Enlarge