|
Feature
: 2005 BMW 330i [E90]
มันมาแล้วครับ...

หลังจากที่ภาพ BMW Series 3 ใหม่ในรหัส
E90 ได้หลุดออกมาสู่สายตาชาวโลก (อย่างที่เราได้นำเสนอไปแล้ว) ทำให้เกิดการพูดถึงกันอยู่พักใหญ่ๆ
คราวนี้เมื่อไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกต่อไป BMW จึงได้แถลงข่าวเปิดตัว Series
3 โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ และพร้อมจะส่งมอบพวงมาลัยซ้ายให้แก่ตลาดยุโรปในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี
2005 ส่วนตลาดอเมริกาจะเริ่มส่งมอบในช่วงฤดูร้อนปีเดียวกัน
อย่างแรกเลยที่ผมจะพูดก็คือขอแสดงความเสียใจกับท่านเจ้าของที่พึ่งซื้อ BMW
E46 ไป เพราะรถของท่านกำลังจะเป็นรถตกรุ่น แต่สิ่งที่ผมอยากจะให้พวกท่านอุ่นใจก็คือหน้าตาของ
BMW E90 ตัวใหม่นั้น ไม่ว่าผมจะดูตอนไหน จะพึ่งตื่นนอน หรือหลังจากไปเที่ยวมาเมาๆ
ยังไงก็หาความสวยไม่ค่อยจะเจอ หน้าตาเหมือนกับรถพันธุ์ทาง แม้ว่าทาง BMW
จะไม่ได้ให้นาย คริสท์ แบงเกิ้ลเป็นคนรับผิดชอบการออกแบบ E90 เนื่องจากกลัวว่าการออกแบบของตาคริสท์จะดูล้ำยุคเกินไปจนคนรับไม่ได้
และส่งผลต่อรถที่ขายดีที่สุดของ BMW ก็เหอะ

เพราะถึงแม้คันนี้นายคริสท์จะไม่ได้เป็นคนออกแบบแต่ ไม่ว่าจะเพ่งกันยังไงผมว่ามันก็เหมือนการเอา
Design ของนายคริสท์มาผสมๆกันระหว่างรถทุกอนุกรมใน BMW ไล่มันตั้งแต่ Series
1 ยัน Series 7 (ไฟหน้าเหมือน Series 1 กระจังหน้าแบบ Series 6 กันชนหน้า
Series 5 E60 ด้านข้างเหมือน E46 มีเส้นตรงเบรกอยู่ยาวตั้งแต่แก้มหน้าจนถึงประตูหลังเหมือน
Seireis 5 E60, pillar C ไล่ตั้งแต่แนวหลังคาจนถึงฝากระโปรงหลังเหมือน Serie
7 E65, สุดท้ายคือไฟท้ายที่ดูเหมือนกับรถอะไรสักอย่างแต่ ที่แน่ๆคือมันดูไม่สมประกอบเอาซะเลย
) ไม่ได้หมายความว่าเอามายำกันแล้วมันสวยนะครับ ผมว่ามันรู้สึกเหมือนกับว่าคนออกแบบพยายามเกินไปที่จะใส่ทุกรายละเอียดของ
BMW ทุกๆรุ่นลงไปในรถคันนี้ จนดูเกินความจำเป็น เอาเป็นว่าใครอยากได้รถที่มีความหลากหลายของหน้าตารถทุกรุ่นของ
BMW แนะนำให้รอ E90 ครับ ไม่น่าจะผิดหวัง
ตามพิมพ์นิยมรถสมัยใหม่ ที่ยิ่งออกใหม่ต้องใหญ่กว่าเดิม Series 3 E90 ก็เช่นกัน
เพราะว่าตัวรถจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 178 (ยาวกว่าเดิม 1.9 นิ้ว) x 71.5 (กว้างกว่าเดิม
3.1 นิ้ว) x 55.9 (และสูงกว่าเดิม 0.24 นิ้ว) และมีฐานล้อ 108.7 มากกว่าเดิม
1.4 นิ้ว แถมโครงสร้างของ E90 ยังแข็งแรงขึ้นอีก 25% แต่ถึงขนาดตัวจะใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้นแต่ไม่ได้ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
ซึ่งอันนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับวิศวกรและทีมแพทย์ของยันฮีที่ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตโครงสร้างรถนต์รุ่นนี้

รถรุ่นแรกในรหัส E90 ที่ BMW จะนำออกสู่ตลาด ไม่ใช่ 318 อีกต่อไป แต่ BMW
เลือกที่จะทำตลาดด้วยรุ่น top นั้นก็คือ 330 อย่าคิดว่ามันจะเหมือนกับ 330
ที่เข้ามาขายในบ้านเรา เพราะเครื่องยนต์เป็นคนละตัวกันเลยมีอะไรบ้างไปดูกันครับ
เพราะเครื่องยนต์ขนาด 3000 cc. ของ 330i แม้ว่าจะยังคงเป็นแบบ in-line 6
แต่ว่าได้รับการพัฒนาใหม่ โดยเครื่องยนต์ตัวนี้ได้ใช้ magnesium แทนที่จะใช้อะลูมิเนียม
เพื่อความผอมเพรียว น้ำหนักเบา เหมือนกับที่นิยมกันในสมัยนี้ที่สาวๆต้องตัวผอมๆบางๆ
เพราะว่า magnesium จะมีน้ำหนักเบากว่าอะลูมิเนียมถึง 30% แต่อย่าพึ่งดีใจว่าจะใช้
magnesium เป็นส่วนประกอบเยอะ เพราะว่ามันมีอยู่แค่กระจิดริด ซึ่งได้แก่
crankshaft, crankcase และส่วนหัวที่ของกระบอกสูบเท่านั้นแหละ

นอกจากนี้เครื่องยนต์ตัวนี้จะเป็นเครื่อง 6 สูบ ตัวแรกของ BMW ที่มีระบบ
Vavletronic (ก่อนหน้านี้มีแค่ Double Vanos ส่วน Valvetronic จะอยู่ใน 318i
ที่ใช้เครื่องยนต์รหัสขึ้นต้นว่า ‘N’) โดยไอ้เจ้าระบบนี้จะทำให้เครื่องยนต์ขนาด
3000 cc. ตัวนี้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 13% แต่มีแรงมากขึ้นอีก 12% ทำงานร่วมกับระบบ
Double Vanos อันเลื่องชื่อ มีแรงม้าโดยรวมทั้งหมดเพิ่มเป็น 250 ตัว (มากกว่าเดิมที่ขายในบ้านเราและอเมริกา
30 ตัว) ทางด้านระบบส่งกำลังมีให้เลือกสองแบบคือ manual กับ auto ทั้งสองแบบเป็น
6 speeds transmission (และจะมีให้ใช้ใน E90 ทุกรุ่น) ยังไม่มีเกียร์แบบ
SMG ให้เลือก ทำให้ 330i สามารถทำความเร็วจาก 0-100 ได้ในเวลาประมาณ 6 วินาที
ซึ่งนับว่าเร็วที่เดียวสำหรับรถบ้านสี่ประตูธรรมดาๆ
นอกจากนี้การที่ทาง BMW พยายามวางเครื่องเข้าไปให้ลึกที่สุดทำให้การกระจายน้ำหนักดีขึ้นจนเกือบจะ
50:50 (จากข่าวที่บอกมาบอกแค่ว่าเกือบ 50:50 แต่ไม่ยอมบอกว่าเท่าไร) ช่วงล่างได้รับการปรับปรุงใหม่หมดให้
Series 3 ยังคงเป็นรถที่ขับสนุกและเกาะถนนดีเยี่ยมเหมือนเดิม โดยช่วงล่างทางด้านหน้าเป็นแบบ
double-pivot เพื่อให้การตอบสนองที่ดีขึ้น ใช้อะลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบทำให้สามารถลดค่า
unsprung weight ได้

ช่วงล่างทางด้านหลังเป็นแบบ five-link โดยทาง BMW โฆษณาว่าช่วงล่างแบบนี้จะทำให้การควบคุมดีขึ้นแต่
ยังคงรักษาความนุ่มนวลเอาไว้ด้วย (เป็นแบบ two-in-one เหมือนแชมพูผสมครีมนวด)
แต่ช่วงล่างทางด้านหลังยังไม่ได้ใช้อะลูมิเนียม แต่เป็นแค่เหล็กน้ำหนักเบา
อย่างไรก็ดีจากภาษีอันพิลึกพิลั่นบ้านเรา ยิ่งกว่าเด็กสองหัวหรือมะละกอมือคนที่ชาวบ้านชาวช่องรู้แล้วเป็นต้องรีบแห่ไปขอหวย
ทำให้โอกาสที่ 330 E90 ในบ้านเราจะมีแรงม้า 250 ตัว คงริบหรี่ยิ่งกว่าผมมีแฟนเป็นนาวงามจักวาล
เนื่องจากกำแพงภาษีบ้านเรากำหนดไว้ว่ารถที่เกิน 220 แรงม้าต้องเสียภาษีอีกอัตราหนึ่งนอกจากนี้รถที่เกิน
3000 cc. ก็อีกอัตราหนึ่ง ดังนั้นบ้านเราถ้าจะเห็น 330 E 90ก็คงจะมีแรงม้าเท่าเดิมคือ
219 แรงม้าเหมือนกับที่เป็นอยู่ ที่จะได้ประโยขน์จากไอ้เครื่องใหม่ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
ตรงกับความต้องการของรัฐบาลที่เที่ยวป่าวปราศให้คนไทยช่วยชาติ ไม่ใช้รถที่กินน้ำมัน
แต่ลูกใครบางคนขับ Ferrari 360 CS ส่วนพ่อขับ BMW 645 Ci

นอกจากนี้สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่ใน 330i E90 ก็คือยางแบบ run-flat tires
เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน (ในเมืองนอก ส่วนเมืองไทยไม่รู้ เพราะมักจะเป็นเหมือนลูกเมียน้อย
อะไรๆก็ไม่ค่อยมีเหลือถึงประเทศโลกที่สามอย่างเรา เพราะโดนถูกถอดจนเกลี้ยง)
ส่วน Adaptive Headlight มีให้เลือกเป็น option เสียตังค์เพิ่มเอาเอง
จุดเด่นที่สำคัญและทาง BMW ภูมิใจนักภูมิใจหนาว่าเป็นรถรุ่นแรกและรุ่นเดียวใน
segment ก็คือระบบ Active Steering ที่มีอยู่ใน Series 7 กับ 5 โดยไอ้ระบบนี้จะทำหน้าที่ปรับอัตราทดและความไวของพวงมาลัยตามความเร็ว
ยิ่งขับเร็วก็ยิ่งจะหนืดและมีน้ำหนักมากขึ้นไม่ได้เบาโหวงเหวง ส่วนถ้าหากขับช้าๆก็จะเบาและไวไม่ต้องออกแรงสาวให้เมื่อยแขน
นอกจากนี้ ระบบนี้ยังแสนรู้ยิ่งกว่าหมา Golden Retriever เพราะมันจะรู้ว่ารถวิ่งอยู่ในพื้นถนนแบบไหนและจะปรับน้ำหนักและความหนืดของพวงมาลัยให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
เพื่อให้รถมีความมั่นคงสูงสุดในสภาพนั้นๆ
ยังไม่หมดครับ สิ่งที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และถูกใจผมเป็นที่สุดนั้นก็คือเจ้าระบบ
DSC อย่าพึ่งคิดว่าผมจะเอาของเก่ามาขาย เพราะว่าเจ้าระบบตัวนี้มันฉลาดกว่าเดิม
เพราะมันได้เพิ่มระบบ Brake-Drying ใช้แล้วครับมันคือระบบที่มีหน้าที่ทำให้เบรกแห้งอยู่ตลอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกให้สูงสุด
ถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับระบบ DSC มันเกี่ยวก็เพราะระบบ DSC จะทำหน้าที่ตรวจวัดความลื่นของถนนจากล้อ
หากถนนลื่นมากก็แสดงว่าพื้นมันเปียก เบรกก็เปียก ไอ้เจ้าระบบ Brake-Drying
นี่ก็จะทำหน้าที่ให้ผ้าเบรกแห้งอยู่ตลอดเวลานั้นเอง (ส่วนมันทำอย่างไรนี่ผม
ไม่รู้ แต่คาดว่าคงไม่เหมือนกับเอาไดร์เป่าผมของผู้หญิงไปเป่า)
นอกจากนี้ก็ยังมีระบบ Brake Stand By เพื่อช่วยย่นระยะในการเบรก โดยจะตรวจจับสัญญาณเมื่อมีการยกเท้าออกจาแป้นคันเร่ง
ระบบก็จะทำหน้าที่เตรียม brake ให้พร้อมที่จะทำงาน สำหรับการเบรกยิ่งคุณยกขาออกจากคันเร่งเร็วเท่าไร
มันก็จะยิ่งปรับสภาพของเบรกมากเท่านั้น สำหรับการเบรกแบบฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังทำงานสัมพันธ์กับไฟเบรก
ไม่ใช่แค่เบรกแรงแล้วจะสว่างมาก แต่มันจะมีระดับความสว่างสำหรับตอนที่ ABS
ทำงานด้วย ซึ่งมันจะทำให้คันที่ตามมารู้ว่ารถคันข้างหน้าเบรกตัวโก่งแล้วนะเว้ย
ดังนั้นท่านควรจะรีบๆเบรกตัวโก่งตาม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าไอ้คันที่ตามมามันจะรู้หรือเปล่าว่าไฟเบรกที่ขึ้นมาแบบนี้หมายถึงคันหน้า
ABS ทำงาน หรือว่าจะต้องไปเข้า course ของ BMW ในหลักสูตร “การอ่านค่าความสว่างของไฟเบรก”
ก่อน แต่ดูๆไปผมว่าไอ้ระบบใน E90 มันแสนรู้กว่าผู้หญิงบางคนอีก

นอกจากพวก Active Safety แล้วทางด้าน Passive Safety ของ E90 ก็ไม่น้อยหน้า
มันฉลาดพอๆกับนางสาวไทยตอนที่ต้องตอบคำถามเพื่อประกวด Miss Universe เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบ
Airbags ที่สารพัดจะป้องกัน ตั้งแต่ด้านหน้า ด้านข้าง สะโพก ม่านนิรภัย มีมาให้หมด
ทางด้านการตกแต่งภายใน ห้องโดยสารนั้นก็เหมือนกับที่ผมเคยกล่าวมาแล้วคือเหมือนกับข้างนอกที่เอา
console ของทุกๆรุ่นมายำๆกัน สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาใน Series 3 ก็คือ i-Drive
ที่รถใหม่ๆทุกรุ่นของ BMW ต้องมี โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Keyless Card ที่เหมือนกับใน
Mercedes S-Class ไม่จำเป็นต้องใช้กุญแจ แค่มี Card พกไว้กับตัวเมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆ
รถก็จะปลด lock เอง คุณเพียงขึ้นไปนั่งแล้วกดปุ่ม Start ไม่ต้องแม้แต่จะหยิบ
card สะดวกเป็นที่สุด (อย่างเดียวที่ผมอยากรู้ก็คือมันจะเหมือนกับ Series
7 หรือเปล่าเรื่องไอ้ปุ่ม start คือขับๆอยู่คุณลองไปกดโดนถูกปุ๊บรถจะดับปั้บ
ไม่สนว่าจะจอดอยู่หรือวิ่งอยู่ ยิ่งกว่ากด remote ปิด TV อีก)
นอกจากนี้ระบบที่มีเพิ่มขึ้นมาก็เป็นเรื่องความบันเทิงที่ทาง BMW ได้ใส่เครื่องเสียงระบบ
Logic 7 ที่อยู่ใน Series 7 มาให้ใน Series 3 E90 ด้วย โดยจะเป็น option
ให้เลือกจ่ายตังค์เพิ่มเอาเอง
ใครที่อยากเห็นตัวเป็นๆของ E90 และสงสัยว่าจะเข้ามาเมืองไทยเมื่อไรนั้นคงต้องชะเง้อคอรอต่อไป
เพราะเท่าที่ทราบทาง BMW ยังไม่มีแผนที่จะผลิต E90 ในกลางปีหน้า ถ้าแฟนๆ
BMW สนใจอาจจะต้องรอไปจนถึงปลายปี 2005 แต่คาดว่าคงไม่ต้องรอนานเหมือนกับสมัย
E46 ที่ต้องรอข้ามปีกว่าจะมีโอกาสได้ขับเหมือนฝรั่งเขา อย่างไรก็ดี อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับทางคู่แข่งคนสำคัญอย่าง
Mercedes ด้วย หากพวงมาลัยขวาผลิตเมื่อไรก็คงมีผู้นำเข้าอิสระสั่งเข้ามาขายอยู่ดี
เรื่องราคาไม่ต้องห่วงครับขึ้นชื่อว่าเครื่อง 3000 cc แถมแรงม้าเกิน 220
แรงม้าภาษีบ้านเราไม่มีคำว่าปราณีทะลุ 3 ล้านแน่นอน สุดแล้วแต่ว่าจะ 3 เท่าไร
แต่คาดว่าน่าจะเป็น 3 ปลายๆสำหรับตัวนำเข้า ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าจะขายไม่ได้
เศรษฐีไทยราคาแค่นี้บ่ยัน ขอให้ได้มาขับโก้ก่อนใครเท่าไรก็ยอมจ่ายครับ
Article By Narun Lee


Specifications
| Cylinder Capacity |
3,000 cc |
| Max. Power |
255 bhp @ 5,900 rpm |
| Max. Torque |
214 lbs-ft @ 3,500 rpm |
| Weight/Power Ratio |
85 bhp/liter |
| Gear Box |
6-Speed Manual or Automatic |
More Pictures



|